วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เทคนิคการติดตั้งจานดาวเทียม

ตอนที่  4เรื่องราว ต่างๆเกี่ยวกับดาวเทียมในส่วนของภาคทษฎี
    
     จากบทความใน 3 ฉบับที่ผ่านมาเชื่อว่า ได้จุดประกายให้หลายๆท่านที่สนใจอยากที่จะทดลองติดจานดาวเทียมด้วยตัวเองกัน พอสมควรทีเดียว เพราะนอกจาก จะได้รับความรู้ต่างๆและประสบการณ์แล้วยังทำให้เกิดภาคภูมิใจในผลงานของตัว ท่านเองอีกด้วย ซึ่งช่วงนี้ก็ข้าสู่หน้าฝนแล้วและสภาพอากาศก็ผันผวนแปรปรวน ยากเกินจะคลาดเดาได้ จะขับรถเดินทางไปไหนคงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
     ฉบับนี้เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศหน้าฝนจึงขอหลบฝนเข้าห้องเรียนเพื่อเรียนรู้ ทฤษฏีที่จำเป็นบ้าง ในฉบับที่ผ่านจะเห็นว่าเส้นรุ้ง-เส้นแวงของจุดที่ติดตั้งจานดาวเทียมและ ตำแหน่งของจานดาวเทียมนั้นมีความสำคัญอย่างมากในการคำนวณ และหาค่ามุมต่างๆเพื่อปรับจานดาวเทียม เราจะมาเจาะลึกกันว่าเส้นรุ้ง-เส้นแวงนั้นมีที่มา และมีความหมายอย่างไรและสำคัญอย่างไรในการติดตั้งจานดาวเทียม
    
     เส้นรุ้ง(ตะแคง)หรือ เส้นละติจูด(Latitude)เป็นเส้นสมมุติในแนวนอนที่ใช้บอกตำแหน่งบนพื้นโลก โดยอ้างอิงศูนย์สูตร(Equator)ซึ่งกำหนดให้ให้ที่เส้นศูนย์สูตรมีค่าละติจูด ที่ 0 องศา หากไล่ขึ้นไปทางเหนือจะจะสิ้นสุดที่ขั้วโลกเหนือ ซึ่งจะเป็นค่าละติจูดที่ 90 องศาเหนือ หากนับลงจากศูนย์สูตรไล่ลงไปทางใต้จะไปสิ้นสุดที่ขั้วโลกใต้ ซึ่งเป็นค่าละติจูดที่ 90 องศาใต้ จะสังเกตได้ว่าเส้นรุ้งที่มีค่าต่ำสุด 0 องศาก็คือที่เส้นศูนย์สูตร และมีค่าสูงสุดที่ 90 องศาที่ขั้วโลกทั้งสอง
    
     ดัง นั้นการระบุพิกัดเส้นรุ้งหรือเส้นละติจูด นั้นจะต้องระบุว่า เป็นเหนือ (N) หรือ ใต้ (S) เอาไว้ด้วยทุกครั้ง พื้นที่ที่มีพิกัดละติจูดต่างกัน จะมีสภาพอุณหภูมิอากาศที่ต่างกันด้วยเช่นกัน โลกเรานั้นแบ่งสภาพอุณหภูมิออกเป็น 3เขต  1.เขตร้อน  2. เขตอบอุ่น  3. เขตหนาว สำหรับพื้นที่ของประเทศไทย(ดูได้จากแผนที่ในตอนที่3)จะอยู่ในช่วงประมาณเส้น รุ้งที่ 5.5ถึง20.5 องศาเหนือ ซึ่งจัดอยู่ในเขตร้อน
       
     เส้นแวง( เส้นตั้ง ) หรือลองติจูด (Longitude) เป็นเส้นสมมุติขึ้นมาอีกเช่นกัน แต่เป็นที่เส้นสมมุติในแนวตั้งที่ใช้บอกตำแหน่งบนพื้นโลก โดยวัดไปทางทิศตะวันออก หรือตะวันตก จากเส้นอ้างอิง เรียกว่า เส้นไพรม์เมอริเดียน(Prime Meridian)ลองจิจูดนั้นมีหน่วยเป็นองศา นับจาก 0 องศาที่เส้นไพรม์เมอริเดียนไล่ไปทางทิสตะวันออก 180 องศา และไล่ไปทางทิสตะวันตก 180 องศา ลองติจูดแตกต่างจากละติจูดตรงที่เส้นศูนย์สูตรเป็นเส้นอ้างอิงตามธรรมชาติ แต่ลองติจูดไม่มีดังนั้นจึงจำเป็นต้องกำหนอเส้นสมมุติขึ้นมาอีกเส้นหนึ่ง สำหรับอ้างอิง ใน ค. ศ .1884 นักวิทยาศาสตร์เข้าร่วมประชุมเมอริเดียนนานาชาติ จึงได้ตกลงร่วมกันว่าให้เส้นเวลาที่เมืองกรีนิซ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆใกล้ๆกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษเป็นเส้นไพรม์เมอริเดียน และเป็นลองจิจูดที่ 0 องศาส่วนจุดที่เส้นแวงไปบรรจบกัน(180องศา) นั้นจะอยู่บริเวณมหาสมุทรแปรซิฟิกใกล้ประเทศนิวซีแลนด์ และเนื่องจากเส้นแวงหรือลองจิจูดจากเส้นไพรม์เมอริเดียน ไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ดังนั้นการระบุพิกัดลองจิจูด จึงจำเป็นต้องระบุได้ว่า เป็นลองจิจูดที่กี่องศาตะวันออก(E)หรือลองจิจูดที่กี่องศาตะวันตก(W) สำหรับพื้นที่ของประเทศไทยนั้นอยู่ในช่วงแวงที่ 97.50ถึง105.5 องศตะวันออก



     บทสรุป เส้นรุ้งและเส้นแวงมีไว้สำหรับอ้างอิง ตำแหน่งบนพื้นโลกเพราะถ้าหากไม่มีเส้นรุ้งและเส้นแวงตัวนี้ ไว้อ้างอิงแล้ว การจะบอกตำแหน่งต่างๆ บนพื้นโลกนั้น คงจะสับสนวุ่นวายเลยทีเดียวนอกจากนี้วัตถุต่างๆที่โคจรอยู่รอบโลก ( เหนือพื้นโลก ) เช่นสถานีอวกาศหรือดาวเทียมต่างๆ ก็ระบุตำแหน่งโดยการอ้างอิงจากตำแหน่งของเส้นรุ้ง-เส้นแวงบนพื้นโลกด้วยเช่น กัน  โดยการอ้างอิงนั้นจะมีความหมายว่าดาวเทียมดวงนั้นๆ ลอยอยู่เหนือพื้นโลกที่พิกัดเท่าไร เลขค่าพิกัดที่ระบุตรงส่วนท้ายของดาวเทียมนั้นๆก็เช่นกัน  เช่น ดาวเทียมTHAICOM2/5 ( 78.5@หมายความดาวเทียม ) THAICOM2 และTHAICOM5 ที่ลอยอยู่เหนือพื้นโลกที่พิกัดลองจิจูด(เส้นแวงที่)78.5 องศาตะวันออกหรืออีกตัวอย่างหนึ่ง AsiaSat 3S(105.5 ํE)หมายความว่าดาวเทียมดวงนี้ลอยู่เหนือพื้นที่โลกที่พิกัดลองจิจุด (เส้นแวง) 105.5 องศาตะวันออก



สถานีอวกาศและดาวเทียมต่างๆที่ลอยอยู่เหนือพื้นโลกของเรา ก็อ้างอิงตำแหน่งจากเส้นรุ้งและเส้นแวงบนพื้นโลกด้วยเช่นกัน


          
     ส่วนสาเหตุ ที่ไม่ระบุพิกัดละติจูด(เส้นรุ้ง)เป็นเพราะว่าดาวเทียมที่ใช้ถ่ายทอดบริการ โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมนั้น เป็นดาวเทียมค้างฟ้า ( Geostationary Satellte ) ซึ่งโคจรของดาวเทียมค้างฟ้านั้นจะลอยอยู่บนเหนือเส้นศูนย์สูตรหรือเส้นรุ้ง ที่ 0 องศาเหมือนกันหมดทีนี้ลองย้อนกลับไปดูที่เมนูเครื่องรับ Dynasat Namber 1Mini ในส่วนของ เมนูที่ใช้ในการหาค่ามุมสำหรับปรับจานดาวเทียม  จะเห็นได้ว่าใน 3 บรรทัดแรกค่าพิกัดที่ใส่เข้าในต้องระบุว่าองศาตะวันออก-ตก (E-W) หรือองศาเหนือ-ใต้(N-S)ทั้งนี้เนื่องจากเครื่องรับทุกรุ่นที่แต่ละบริษัทนำ เข้ามาจำหน่ายในเมืงไทยนั้นตัวโปรแกรมถูกออกแบบมาสำหรับติดตั้งใน โซนตะวันออก-ทากซีกโลกเหนือ (ได้แก่ประเทศต่างๆในทวีปเอเชียและบางส่วนของทวีปยุโรป)หากท่านำไปใช้ในซีก โลกใต้เช่นพื้นที่บางส่วนของอินโดนิเซีย หรือออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นต้น หรือนำไปคำนวณการติดตั้งในโซนตะวันตก เช่นสหรัฐอเมริกา การคำนวณค่ามุมด้วยก็จะผิดพลายดไป
   "ผู้ผลิตจานดาวเทียมหลายๆ ค่ายยังไม่รู้เลยว่า Scalar Ring นั้น มีไว้ทำอะไ ถึงขนาดบางค้ายต้องการลดต้นทุนจึงปลั๊มแผ่นเหล็ก หรือฉีดพลาสติกมายึด LNBF แทนมันจะชัดได้อย่างไร?"

    ขณะฝนตกนั้นทำให้ความแรงของสัญญาณจานดาวเทียมลดลงจริงไหม    ถ้าช่วงเข้าสู้หน้าฝนแล้ว สงสัยกันหรือไม่ว่าทำไมเวลาฝนตกความแรงของสัญญาณจากจานดาวเทียมจึงลดลง ?
    
ทราบ กันมาบ้างแล้วว่าเมื่อเกิดฝนตก คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือสัญญาณดาวเทียมที่วิ่งผ่านสายฝนลงมาจะมีความแรงลดลง จริงๆแล้วอะไรเกิดขึ้นกันแน่?
     หลายๆท่าน อาจตอบว่าสัญญาณดาวเทียมถูกหยดน้ำดูดซับสัญญาณเอไว้เอาไว้
     
     คำ ตอบนี้คงไม่ถูกต้องนัก เนื่องจากโดยธรรมชาติน้ำจะเป็นตัวสะท้อนคลื่นหากเปรียบเทียบจากการดูดซับ สัญญาณดาวเทียมจากสายฝนให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ก็คงจะเปรียบเทียบ ได้กับฟองน้ำได้ดูดซับน้ำเอาไว้ได้ทั้งๆที่ตัววัสดุที่ใช้ทำฟองน้ำเองนั้น เป็นพลาสติกชนิดหนึ่ง ซึ่งมีคุณสมบัติในการซับน้ำเลย แต่เจ้ารูพรุนจำนวนมากในฟองน้ำต่างหากทำหน้าที่ดูดซับน้ำเอาไว้
 
 รูปที่ 4 การเกิดภาวะฝนตก
  
   ในกรณีที่ฝนตกก็เช่นเดียวกัน จะมีช่องว่างระหว่างเม็ดฝนเกิดขึ้น เมื่อสัญญาณดาวเทียมวิ่งผ่านสายฝน ลงมาก็จะสะท้อนเม็ดฝนกันไปมาภายในสายฝนกันไปมาภายในกลุ่มฝนจนดูลาวกับว่า กลุ่มฝนนั้นเป็นฟองน้ำขนาดยักษ์ที่คอยดูดซับสัญญาณดาวเทียมซึ่ง เปรียบเสมือนน้ำเอาไว้นั่นเอง ดังนั้นเมื่อเกิดฝนตก ในบริเวณพื้นที่ให้บริการทางสถานีภาคพื้นดินหรือ  Ground Station จะทำการส่งสัญญาณให้แรงขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาศให้สัญญาณบางส่วนหลุดรอบลงมาได้ แต่เนื่องจากความถี่ที่ถูกส่งลงมาจากดาวเทียมในระบบ C และ
 KU Band นั้นมีความถี่ที่แตกต่างกันมาก( C- Band มีความถี่ในช่อง 3.4-4.2GHz ส่วน KU-Band มีความถี่ในช่อง 10.70-12.75GHz)คลื่นที่มีความถี่ต่ำกว่าจะสอดแทรกช่องว่างระหว่างเม็ดฝนลง มาได้ดีกว่าคลื่นที่มีความถี่สูง ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อมีฝนตกหนักๆสัญญาณดาวเทียมที่ส่งด้วยความถี่ในระบบ KU-Band จึงไม่สามารถทะลุกลุ่มลงฝนลงมาได้ ซึ่งต่างจากสัญาณดาวเทียมในระบบ C-Band ที่ยังคงรับได้อย่างสบายถึงแม้ฝนจะตกหนักก็ตาม  และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือฝนมัก จะตกหนักในช่วงกลางคืน ช่วงที่มีการถ่ายทอดฟุตบอลซะด้วย!
   
   สกาลาร์ริง วงแหวนซับคลื่น
     เมื่อพูดถึงเรื่องการซับคลื่นสัญญาณดาวเทียม ของกลุ่มฝน ทำให้ผู้เขียนนึกถึงอุปกรณ์ตัวหนึ่งที่ติดตั้งไว้เพื่อให้ทำหน้าที่ซับคลื่น สัญญาณดาวเทียมโดยเฉพาะ  อุปกรณ์ที่ว่าก็คือ Scalar Ring(สกาล่าริง)หลายท่านพอเห็นภาพแล้วก็คงจะนึกออกมาว่า Scalar Ring เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับ LNBF นั้นเอง
    
     แทบไม่เชื่อว่าช่างส่วนใหญ่รวมถึงผู้ผลิตจานดาวเทียมหลายๆ ค่ายเองยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า Sacalar Ring  นั้นมีไว้ทำอะไร ถึงขนาดที่ว่าบางค่ายต้องการลดต้นทุนจึงปั๊มแผ่นเหล็ก หรือฉีดพลาสติกมายึด LNBF แทน Scalar Ring





scalar ring
      scalar ring
scalar ring with LNB
scalar ring with LNB

    
     ก่อนที่เราจะมาดูกันว่า Scalar Ring ดูดซับคลื่นได้อย่างไร คงต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า บริเวณท้องฟ้า เหนือจุดที่เราติดตั้งจานดาวเทียมอยู่นั้นมิได้มีแต่เฉพาะดาวเทียมที่ทำหน้า ที่ท่ายทอดโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเท่านั้น แต่ยังมีดาวเทียมอื่นๆ เช่นดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา ดาวเทียมสำรวจภูมิประเทศ ดาวเทียมวงโคจรต่ำสำหรับส่งสัญญาณ GPS และดาวเทียมเพื่อกิจการต่างๆ อีกมากมาย  รวมถึงดาวเทียมจารกรรม หรือแม้สัญญาณจากดาวเทียมที่อยู่ข้างๆ ดวงที่เรากำลังรับสัญาณอีกด้วย สัญญาณจากดาวเทียมต่างๆเหล่านี้ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะมีความถี่ไม่ตรงกันกับ ความถี่ที่เราใช้อยู่แต่เนื่องจาก LNBF ที่เราใช้กันอยู่นั้นมีอัตราการขยายสัญญาณที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นหากมีสัญญาณที่ไม่พึงประสงค์หลุดลอดเข้าไปในนำสัญาณของ LNBF ก็จะไปรบกวนสัญญาณหลักได้เช่นกัน
                     
     มาดูกันว่าเพราะอะไรเจ้าตัว Scalar Ring จึงซับคลื่น(สัญญาณดาวเทียมที่ไม่พึงประสงค์)เอาไว้ ได้จากรูปที่ 5 จะเห็นได้ว่าโครงสร้างของ Scalar Ring ซึ่งผลิตมาจากจากอะลูมิเนียมนั้น มีลักษณะเป็นวงแหวนเป็นชั้นๆ ซ้อนกันอยู่ช่อง ว่างระหว่างผนังแต่ละชั้นก็คือบริเวณที่เตรียมเอาไว้สำหรับซับคลื่นนั้นเอง คลื่นที่ไม่พึงประสงค์ที่เราต้อง การให้  Scalar Ring ดูดซับเอาไว้เมื่อวิ่งเข้าไปชนก็จะสะท้อนไปมาในช่องว่างที่เตรียมไว้ ถึงจะหลุดรอดลงมาได้ก็จะไม่แรงพอที่จะรบกวนสัญญาณหลักที่เราต้องการรับ
  รูปที่ 5 Scarlar Ring
 ดังนั้นหากเปลี่ยนจาก Scarlar Ring  เป็นแผ่นเหล็กเรียบๆสัญญาณที่ไม่พึงประสงค์ก็จะสะท้อนกับแผ่นเหล็กลงมาที่ ก้นจานแล้วสะท้อนกลับขึ้นไปเข้าสู้ LNBF ได้สัญญาณเหล่านี้อาจจะเข้าไปรบกวนสัญญาณหลัก ทำให้ภาพและเสียงเกิดสะดุด
  
     ส่วนในกรณีที่มีบางค่ายเข้าใจ ว่าการเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ทำ Sarlar Ring  ให้เป็นพลาสติกเสียเลยจะได้ไม่สะท้อนคลื่นที่ไม่พึงประสงค์กลับลงมาก็เป็น ความเข้าใจผิดอีกเช่นกันทั้งนี้
 
รูปที่ 6 เปรียบเทีบมี-ไม่มี Scarlar Ring
1 ติดตั้ง LNB KU-Babd ตามตัวอย่างในรูป
2 ต่อสาย RG-6 จาก LNB C-Band เข้าที่ขั้ว LNB 1 ของ Diseqc SW
3 ต่อสาย RG-6จาก LNB C-Band เข้าที่ขั้ว LNB 2 ของ Diseqc SW
4 ต่อสาย RG-6 จากขั้ว Receiver ของ Diseqc SW ไปยังเครื่องดาวเทียม
5 ต่อสาย AV ของเครื่องรับดาวเทียม กับ TV เปิด TV และเครื่องรับดาวเทียม
6 เปลี่ยนช่องของเครื่องรับไปที่  NSS-6 กดปุ่ม Signal เพื่อดูความแรงสัญาณ
7 ปรับขายึด LNB KU-Band จนกระทั้งรับสัญญาณได้แรงสุด ดูที่แถบสัญญาณสีแดงปรับจนขึ้นสูงสุด
8 ขันสกรูยึดขาให้แน่น ปรับ Polarize และ Focus ของ LNB KU-Band จนรับสัญญาณขึ้นสูงสุด
 รูปที่ 7 Thaicom 2-5 NSS-6 C-KU Duo
   เพราะว่าความถี่สูงมากๆ อย่างย่าน C และ KU-Band ที่เราใช้อยู่นั้น วัสดุพวกฉนวนต่างๆ อย่างเช่น พลาสติกเซรามิก คอนกรีต แก้วบางประเภทและอื่นๆ อีกมากมายล้วนแล้ว
แต่สะท้อนคลื่นได้ทั้งสิ้น การใช้วัสดุ ที่ไม่ใช้โลหะนำมาทำ Scalar Ring แทนที่จะเกิดผลดีกลับส่งผลเสียตามมาทั้งในเรื่องความเปาะของวัสดุที่ใช้แล้ว ยังสะท้อนคลื่นที่ไม่พึงประสงค์
กลับลงมาอีกด้วย
    จะรับ ASTV ทำอย่างไร
   สำหรับท่านที่ได้ลงมือติดตั้งจานดาวเทียมขนาด 5 ฟุต ของDynasat ไปแล้ว และต้องการรับรายการ ASTV ของคุณสนธิ ก็ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่เตรียม LNBF KU-Band แบบ Universal
+Diseqc Multi Switch แบบ 4 ออก 1 และเพลตรูปตัว T สำหรับยึด LNBF KU-Band และทำตามขั้นตอนในรูปที่ 7 ส่วนรายละเอียดของดาวเทียม NSS - 6 นั้นได้ถูกเซตอัฟมาในเครื่องเรียบร้อยแล้ว เรียกว่าต่อสายสัญญารให้ถูก ปรับให้รับสัญาณ ได้แรงก็เปิดรับชมรายการได้เลย

ตอนที่ 5 การรับสัญญาณแบบ Duo
     จานดาวเทียมนั้นทำหน้าที่สะท้อนสัญญาณใหไปรวมกัน ณ จุด Focus ดังนั้นหากเรานำเอา LNBF ไปยึด ณ จุด Focus เยื้องไปเล็กน้อยก็จะรับสัญญาณจากดาวเทียม ดวงอื่นได้เช่นกัน นี่คือ ความคิดในการรับสัญญาณให้ได้มากกว่า 1 ดวง เราจะมากันในทางปฏิบัติจริง
      
     สวัสดีครับ หากมีคนถามท่านว่า "เวลาคืออะไร?" คำตอบที่ได้รับคงจะมีมากมาย บางคนอาจจะตอบว่า เวลา คือสิ่งมีค่า คือลำดับร้อยเรียงของเหตุการณ์ซึ่งไม่สามารถย้อนกลับมาได้ หรืออาจจะบอกว่าคือสิ่งที่เราสมมุติขึ้นเพื่อที่ที่จะบอกได้ว่านานแค่ไหน แล้ว นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงอย่าง "เบนจามิน แฟรงคลิน" ได้กล่าวเอาสั้นๆแต่ลึกซึ้ง "เวลาคือชีวิต" ทั้งนี้เพราะเราต่างก็มีอายุมากขึ้นและแกล่งไปตามกาลเวลาที่ ไม่สามารถย้อน คืนกลับมาได้เราได้เคยย้อนกลับมามองกันหรือไม่ว่า ในแต่ละวินาทีผ่านไป เราได้สิ่งดีๆ ให้กับสังคม ให้กับครอบครัวให้กับคนรอบข้าง แล้วหรอยัง...ต่อเนื่องจากต่อนที่ผ่านมา ได้ฝากการบ้านให้ท่านได้ลองขบคิดกันว่า หลักการรับสัญญาณแบบ Duo นั้นมีหลักการ

รูปที่ 1ดาวเทียมที่ได้รับ
•รูปที่ 1ดาวเทียมที่ได้รับ
     •รูปที่2 หลักการสะท้อนสัญญาณ DUO-TRIO      •รูปที่2 หลักการสะท้อนสัญญาณ DUO-TRIO      •รูปที่2 หลักการสะท้อนสัญญาณ DUO-TRIO
   •รูปที่2 หลักการสะท้อนสัญญาณ DUO-TRIO

"ปรับหน้าจานให้รับสัญญาณจากดาวเทียมดวงหลักให้ได้แรงที่สุดก่อนแล้วจึงยึดให้แน่น LNBF ตัวหลักให้แน่น จากนั้นก็ค่อยติดตั้ง LNBF เพิ่มทีละตัว"

รูปที่3 การรับดาวเทียมทีเดียวหลายดวงแบบหนึ่ง เรียกว่ารับการรับมัลติแซท
•รูปที่3 การรับดาวเทียมทีเดียวหลายดวงแบบหนึ่ง เรียกว่ารับการรับมัลติแซท

     อย่างไร ในฉบับนี้เราจะมาเจาะลึก ในเรื่องนี้กัน
     จากรูปที่ 1 จะเห็นว่า เหนือว่า เหนือท้องฟ้าที่บ้านท่านนั้น มีดาวเทียมจำนวนมาก ที่เรารับสัญญาณรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมได้ และตามที่ท่านทราบแล้วว่า จานดาวเทียมนั้นทำหน้าที่สะท้อนสัญญาณให้ไปรวมกัน ณ จุด Focus ดังนั้น หากเรานำเอา LNBF ไปยึด ณ จุดที่ Focus เยื้องไปเล็กจะรับสัญญาณจากดาวเทียมดวงอื่นได้เช่นกัน
   
     อธิบายด้วยคำพูด อาจจะเข้าใจยาก ดูจากภาพประกอบรูปที่ 2 ไปด้วยอาจทำความเข้าใจง่ายขึ้น(ดังสุภาษิตจีนกล่าวได้ว่า"ภาพหนึ่งภาพแทนคำ พูดได้นับพันคำ") แต่การรับแบบ Duo หรือ Trio นั้นก็มีค่าจำกัดอยู่เหมือนกัน ข้อจำกัดที่ว่าก็คือดาวเทียมข้างเคียงที่จะได้รับการ Duo หรือ Trio นั้นจะต้องมีสัญญาณที่แรงพอสมควรจึงจะรับได้ เพราะเนื่องจากพื้นที่ที่จะสะท้อนสัญญาณในมุมที่เยื้องไปนั้นทำให้ความแรง ของการรับลดลง


รูปที่4 การรับแบบมัลติแซทที่สามารถรับสัญญาณดาวเทียมได้มากดวงขึ้นจากการติดตั้ง LNB หลายตัว แต่การที่จะรับได้แบบนี้ สัญญาณของดาวเทียมในกลุ่มนั้นต้องมีความแรงมากพอรูป ที่4 การรับแบบมัลติแซทที่สามารถรับสัญญาณดาวเทียมได้มากดวงขึ้นจากการติดตั้ง LNB หลายตัว แต่การที่จะรับได้แบบนี้ สัญญาณของดาวเทียมในกลุ่มนั้นต้องมีความแรงมากพอ

     อุปกรณ์สำคัญมีอะไรบ้าง
    
     อุปกรณ์สำคัญในการติดตั้งจานรับสัญญาณแบบ Duo หรือ Trio ก็คือ Diseqc Switch (ไดเซ็ตสวิตซ์)  โดย Discqc ย่อมาจาก Digital Satellite Equipment Control หรืออธิบายให้เข้าใจง่ายๆก็คือรูปแบบของการสื่อสารข้อมูลสำหรับควบคุม อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ต่อพ่วงกับเครื่องรับสัญาณดาวเทียมระบบดิจิตอล ผ่านทางสาย Coaxisl หรือ สาย RG - 6U นั้นเอง

    
รูปที่ 5 การรับดาวเทียมทีเดียว 3 ดวง หรือ Trio แบบ หนึ่ง รูปที่ 5 การรับดาวเทียมทีเดียว 3 ดวง หรือ Trio แบบ หนึ่ง

    
รูปที่6 มองให้ชัดขึ้นกับการรับดาวเทียมทีเดียว 3ดวง คือไทยคม เอสที และ เอ็นเอสเอส รูปที่6 มองให้ชัดขึ้นกับการรับดาวเทียมทีเดียว 3ดวง คือไทยคม เอสที และ เอ็นเอสเอส

รูปที่7 การติดตั้งให้รับดาวเทียมปาลาปา เอเซียแซท และ เอ็นเอสเอส รูปที่7 การติดตั้งให้รับดาวเทียมปาลาปา เอเซียแซท และ เอ็นเอสเอส

     โดยรูปแบบข้อมูลและมาตรฐานของ DisEqC ถุกกำหนดขึ้นโดย EUTELSAT Communication ในปัจจุบันในรูปแบบของ DisEqC นั้นมีอยู่หลายเวอร์ชั่นด้วยกัน(รายละเอียดของ DiSEqC แบบต่างๆจะอธิบายในตอนต่อๆไป)แต่ที่เราจะนำมาใช้ในการติดตั้งจานแบบ Duo หรือ Trio นั้นเราจะใช้ DiSEqC Switch แบบ 4ทาง  เป็นตัวตัดต่อสัญญาณโดยรูปแบบของข้อมูลที่ใช้สำหรับควบคุมนั้นจะใช้  DiSEqC 1.0 ซึ่งควบคุมสวิตซ์ตัดต่อสัญญาณได้สูงสุด 4 ทางการปฏิบัติทำได้ไม่ยาก
  
     ลองของจริงกันเลยดีกว่า ดูจากรูปแบบการติดตั้ง แต่รูปที่ 3และรูปที่ 4 เป็นแนวคิดในการติดตั้งได้ทางหนึ่ง ส่วนในรูปที่5 ถึงรูปที่ 7จะเห็นว่าการยึดนั้นใช้อุปกรณ์ง่ายๆ ท่านอาจจะทำการวัสดุใกล้ตัวก็ได้ หรือ หากไม่สะดวกจะซื้อแบบสำเร็จรูปที่มีการเลือกหลายขนาด ส่วนการปรับหน้าจานเพื่อรับสัญญาณ และจะปรับหน้าจานให้รับสัญญาณจากดาวเทียมดวงหลักให้ได้แรงที่สุดก่อน(วิธี รับดูได้จากบทความตอนที่ 2และ 3 )แล้วยึดให้แน่นจากนั้นก็ค่อยติดตั้ง LNBF เพิ่มทีละตัว แต่ละตัวที่เพิ่มเข้าไป

 รูปที่8 การตั้งค่า DiSEqc Switch ให้กับจานดาวเทียมที่ติดตั้งแบบรับหลายดวง
PIC1  กดปุ่ม MENU บนรีโมทคอนโทรล แล้วใส่ Password *8888*
PIC1
PIC2 กดปุ่ม > เพื่อเลื่อยแถบสีขาวไปที่รูป จานดาวเทียม  กดปุ่ม v เพื่อเลื่อนแถบสีส้มมาที่ Edit Satellite แล้วกดปุ่ม OK
PIC2
PIC3 ที่เมนู Edit Satellite นี้ เลื่อนแถบสีส้มให้อยู่ที่บรรทัด แรกสุด กดปุ่ม OK เพื่อเข้าไปเลือกดาวเทียมที่ต้องการ ตั้งค่า DisEqC SW เมื่อเลือกให้เรียบร้อยแล้ว กดปุ่ม OK จากนั้นให้กดปุ่มลูกศร v เพื่อเลื่อนแถบสีส้มไปที่ DiSEqC กดปุ่ม >เพื่อเลือก Port 1,2,3,4,หรือ OFF ไม่ใช้งานเมื่อทำการตั้งค่า DiSEqC เสร็จเรียบร้อยแล้ว กดปุ่ม MENU เพื่อออกจากเมนูหลัก
PIC3
PIC1  กดปุ่ม MENU บนรีโมทคอนโทรล แล้วใส่ Password *8888*
PIC2 กดปุ่ม > เพื่อเลื่อยแถบสีขาวไปที่รูป จานดาวเทียม  กดปุ่ม v เพื่อเลื่อนแถบสีส้มมาที่ Edit Satellite แล้วกดปุ่ม OK
PIC3 ที่เมนู Edit Satellite นี้ เลื่อนแถบสีส้มให้อยู่ที่บรรทัด แรกสุด กดปุ่ม OK เพื่อเข้าไปเลือกดาวเทียมที่ต้องการ ตั้งค่า DisEqC SW เมื่อเลือกให้เรียบร้อยแล้ว กดปุ่ม OK จากนั้นให้กดปุ่มลูกศร v เพื่อเลื่อนแถบสีส้มไปที่ DiSEqC กดปุ่ม >เพื่อเลือก Port 1,2,3,4,หรือ OFF ไม่ใช้งานเมื่อทำการตั้งค่า DiSEqC เสร็จเรียบร้อยแล้ว กดปุ่ม MENU เพื่อออกจากเมนูหลัก

 รูปที่ 9 การตั้งค่าความถี่ใหม่
กดปุ่ม menu แล้วใส่ PASSWORD
4. ที่เมนู Add TP ใส่ค่าความถี่ (TP Frequency) ความเร็วในการส่งข้อมูล (Symbol Rate) และโพลาไรซ์ หือ Polarity ตามข้อมูลจากตาราง
2. กดปุ่ม > เพื่อเลื่อนแถบสีขาวไปที่ตัวทีวี (Channel) จากนั้นกดปุ่ม v  เพื่อเลื่อนแถบสีสัมลงมาที่ Add Channel แล้วกดปุ่ม OK 3. เมื่อเข้าที่เมนู Add Channel เลื่อนแถบสีส้มไปที่บรรทัดแรก (Satellite) กดปุ่ม OK เพื่อเลือกดาวเทียมที่ต้องการ จากนั้นเลือ่นแถบสีส้มไปที่Add TP ซึ่งอยู่ที่ช่องกลางบรรทัดล่างสุด แล้วกดปุ่มOK 5. เลือ่นแถบสีส้มไปที่ Save กดปุ่ม Ok เพื่อยืนยันจากนั้นกดปุ่มเมนูเพื่อออกไปหน้าเมนูหลัก แต่หากหน้าจอขึ้นข้อความดังรูปสุดท้าย หมายถึง ข้อมูลที่ป้อนเข้าไปใหม่ซ้ำกับของเดิมที่มีอยู่แล้ว กดปุ่ม OK แล้วกดปุ่ม Menu เพื่อออกไปหน้าเมนูหลัก
1. กดปุ่ม menu แล้วใส่ PASSWORD
2. กดปุ่ม > เพื่อเลื่อนแถบสีขาวไปที่ตัวทีวี (Channel) จากนั้นกดปุ่ม v  เพื่อเลื่อนแถบสีสัมลงมาที่ Add Channel แล้วกดปุ่ม OK
3. เมื่อ เข้าที่เมนู Add Channel เลื่อนแถบสีส้มไปที่บรรทัดแรก (Satellite) กดปุ่ม OK เพื่อเลือกดาวเทียมที่ต้องการ จากนั้นเลือ่นแถบสีส้มไปที่Add TP ซึ่งอยู่ที่ช่องกลางบรรทัดล่างสุด แล้วกดปุ่มOK
4. ที่เมนู Add TP ใส่ค่าความถี่ (TP Frequency) ความเร็วในการส่งข้อมูล (Symbol Rate) และโพลาไรซ์ หือ Polarity ตามข้อมูลจากตาราง
5. เลือ่นแถบสีส้มไปที่ Save กดปุ่ม Ok เพื่อยืนยันจากนั้นกดปุ่มเมนูเพื่อออกไปหน้าเมนูหลัก แต่หากหน้าจอขึ้นข้อความดังรูปสุดท้าย หมายถึง ข้อมูลที่ป้อนเข้าไปใหม่ซ้ำกับของเดิมที่มีอยู่แล้ว กดปุ่ม OK แล้วกดปุ่ม Menu เพื่อออกไปหน้าเมนูหลัก
 รูปที่ 10 การสแกนช่องรายการ
1. กดปุ่ม EXIT ด้างไว้นาน 5 นาที  เมื่อเข้าเมนู Auto Scan ที่บรรทัดแรกสุด (Satellite) กดปุ่ม OK จากนั้นเลือกดาวเทียมที่ต้องการ 2. กดปุ่ม v เลื่อนลงมาที่ Search เป็นการเลือกว่าจะแสกนชองรายการฟรีทีวีอย่างเดียว (FTA) หรือทั้งหมด (All) รวมช่องที่เข้ารหัสด้วย แนะนำส่าควรตั้งไว้ที่ All 3. ที่บรรที่ 2 กดปุ่ม OK เครื่องจะทำการค้นหาแสกนหาช่องรายการทั้งหมดที่ส่งจากดาวเทียมดวงนี้ให้หมดโดดอัตโนมัติ 4.รอจนเครื่องทำการแสกนเสร็จเรียบร้อย ซึ้งกินเวลาพอสมควร จากนั้นกดปุ่ม OK เพื่อยีนยันการ Save ข้อมูล
1. กดปุ่ม EXIT ด้างไว้นาน 5 นาที  เมื่อเข้าเมนู Auto Scan ที่บรรทัดแรกสุด (Satellite) กดปุ่ม OK จากนั้นเลือกดาวเทียมที่ต้องการ
2. กดปุ่ม v เลื่อนลงมาที่ Search เป็นการเลือกว่าจะแสกนชองรายการฟรีทีวีอย่างเดียว (FTA) หรือทั้งหมด (All) รวมช่องที่เข้ารหัสด้วย แนะนำส่าควรตั้งไว้ที่ All
3. ที่บรรที่ 2 กดปุ่ม OK เครื่องจะทำการค้นหาแสกนหาช่องรายการทั้งหมดที่ส่งจากดาวเทียมดวงนี้ให้หมดโดดอัตโนมัติ
4.รอจนเครื่องทำการแสกนเสร็จเรียบร้อย ซึ้งกินเวลาพอสมควร จากนั้นกดปุ่ม OK เพื่อยีนยันการ Save ข้อมูล

     ก็ต้องค่อยๆ ปรับให้รับสัญญาณได้แรงที่สุดก่อนที่จะติดตั้ง LNBF ตัวต่อไปและเนื่องจากการติดตั้ง LNBF แบบ Duo และ Trio จะต้องใช้ DiSEqC Multi Switch เป็นตัวตัดต่ดสัญญาณดังนั้นท่านจะต้องทำการเซ็ตอัฟเครื่องรับเพื่อตั้งค่า DiSEqc ด้วยตามรูปที่ 8 และในการปรับ LNBF เพื่อหาสัญญาณจากดาวเทียมดวงอื่นๆยกเว้น  THAICOM 2/5 หรือ NSS -6 เนื่องจากทั้ง 2 ดวงนี้ได้โปรแกรมช่องรายการไว้ให้เรียบร้อยแล้วแต่หากเป็นดาวเทียมดวงอื่น ท่านจะต้องตั้งเครื่องรับดาวเทียมให้รับสัญญาณที่ความถี่ที่แรงที่สุดของดาว เทียมดวงนั้นๆด้วย ซึ่งดูได้ได้จากตารางความถี่ ส่วนวิธีตั้งโปรแกรมที่เครื่องรับก็ดูจากรูปที่ 9 ประกอปได้เช่นกัน

     สแกนช่องรายการดาวเทียม
     เมื่อปรับ LNBF ให้รับสัญญาณได้แรงที่สุดทุกดวงและขั้นตอนสุดท้ายคือสแกนช่องรายการเพิ่ม (เฉพาะดวงที่ยังไม่มีช่องรายการ) ขั้นตอนในการสแกนช่องรายการก็ไม่ยุ่งยากครับเพียงแค่กดปุ่ม EXIT ค้างไว้5 วิธี ก็เข้าสู่เมนูได้แล้ว และที่สำคัญเครื่องจะทำการสแกนช่องรายการให้โดยอัตโนมัติโดยที่ท่านไม่ต้อง รู้ค่าความถี่ (Frequency),ความเร็วในการส่งข้อมูล(Symbol Ratc ) หรือแม้แต่กระทั่ง Polarize ซึ่งการสแกนแบบนี่เรียกว่า Blind Search หรือ  Auto Scan นั้น Dynasat เป็นผู้นำก่อนค่ายอื่นๆถึง 3 ปีทีเดียว การทำ Duo หรือ Trio นั้น จะต้องใช้ความชำนาญมากเป็นพิเศษ เพราะจานแต่ละขนาด แต่ละยี่ห่อ หรือแม้แต่พื้นที่ติดตั้งที่แตกต่างกัน มุมในการติดตั้ง LNBF ก็จะแตกต่างกันด้วย แต่ก็ถือเป็นความสนุกและสุดท้าย ความสามารถอย่างสร้างสรรค์นะครับ สำหรับท่านที่ต้องการแรกเปลี่ยน ประสบการณ์ ในารติดตั้ง Duo - Trio ติดต่อได้ที่ คุณชาตรี  ช.การไฟฟ้า หรือทั่รู้จัก ทางการช่างจานดาวเทียม

ตอนที่ 6 (มาติดตั้งจานมูฟกันดีกว่า )
     ย้อน กลับไปเมื่อกว่า 400 ปี กาลิเลโอปราชญ์ชาวอิตาลีได้นัดบรรดานักปราชญ์และนักศึกษารวมทั้งผู้ที่สนใจ ทั้งหลายให้มาร่วมพิสูจน์ เพื่อหักล้างความเชื่อเดิมที่ว่าวัตถุที่หนักกว่าจะตกพื้นก่อนวัตถุที่เบา กว่า โดยกาลิเลโอเชื่อว่า วัตถุถึงแม้จะมีน้ำหนักต่างกันแต่จะตกถึงพื้นพร้อมกัน เมื่อถึงวันนัดกาลิเลโอดไขึ้นไปที่ระเบียงยอดหอเอนที่เมืองปิซา แล้วทิ้งก้อนตะกั่วกลมที่มีน้ำหนัก 10 ปอนด์ และ 20 ปอนด์ลงมาพร้อมกัน ปรากฏว่าก้อนตะกั่วทั้ง 2 ตกลงมาถึงพื้นพร้อมๆ กัน แต่ก็ยังมีพวกไม่เห็นด้วยตะโกนถามว่าแล้วทำไมใบไม้ถึงตกถึงพื้นช้ากว่า เพราะมีแรงต้านทานจากอากาศคอยพยุงไว้ การทดลองในวันนั้นนับเป็นจุดเริ่มของทฤษฏีแรงโน้มถ่วงที่ค้นพบโดยเซอร์ไอแซค นิวตัน ที่เราใช้กันมาจน
ถึงปัจจุบัน...

สวัสดี ครับ ท่านได้ทราบถึงหลักการในการตั้งจาน แบบ DUO, TRIO เพื่อรับสัญญาณจากดาวเทียม 2 และ 3 ดวงด้วยจานดาวเทียมเพียงใบเดียว จากบทความในตอนที่ผ่านมาแล้ว ในฉบับนี้เราจะมาตั้งจานแบบมูฟ (MOVE) เพื่อรับสัญญาณจากดาวเทียมหลายๆ ดวงกันดูบ้าง"คอจานแบบมูฟจะมีแกนหมุน 1 แกนเพื่อกวาดหน้าจานดาวเทียมไปยังดาวเทียมดวงต่างๆ แกนหมุนนี้เรียกว่าแกนโพล่าร์ คอจานชนิดนี้จึงถูกเรียกว่า โพล่าร์เม๊าท์"ดูจากรูปที่ 3 จานมูฟ ท่านคงเห็นถึงความแตกต่างไปจากจานแบบฟิกซ์ที่ชัดเจนก็คือ มีมอเตอร์ขับจานติดตั้งอยู่ที่คอจาน และคอจานเองก็มีรูปร่างหน้าตาแตกต่างออกไปจากคอจานแบบฟิกซ์ด้วยเช่นกัน โดยคอจานแบบมูฟนี้จะมีแกนหมุน 1 แกน สำหรับกวาดหน้าจานดาวเทียมไปยังดาวเทียมดวง ต่างๆแกนหมุนนี้เรียกว่าแกนโพล่าร์ (Polar) คอจานชนิดนี้จึงถูกเรียกว่า โพล่าร์เม๊าท์ (Polar Mount) หากยังจำกันได้ในกรณีของจานแบบฟิกซ์ เมื่อท่านต้องการปรับหน้าจานไปรับดาวเทียมดวงอื่นๆ ท่านจะต้องปรับมุม ก้ม-มุมส่าย-มุมโพลาไรซ์ของ LNBF ให้ตรงกับตำแหน่งของดาวเทียมที่ต้องการรับ จึงจะรับสัญญาณได้ แต่สำหรับจานมูฟแล้ว ด้วยคอจานแบบโพล่าเม๊าท์ หลังจากติดตั้งและปรับหน้าจานได้ถูกต้องแล้ว การมูฟหน้าจานเพื่อหันไป   รับสัญญาณจากดาวเทียมดวงอื่นๆ ทำแค่เพียงปรับแกนหมุน Polar เพียงแกนเดียวเท่านั้นก็จะรับสัญญาณจากดาวเทียมดวงต่างๆ ได้โดยไม่ต้องมาปรับมุมส่ายหรือมุมโพล่าไรซ์ที่ LNBF อีกเลย


แต่ ก่อนอื่นเราคงต้องมาทำความเข้าใจในเรื่องของหลักการพื้นฐานกันก่อนนะครับ ทั้งนี้เนื่องจากความเชื่อที่ผิดๆที่ได้รับถ่ายทอดมาจากคายอื่นนั้น นอกจากจะทำให้เสียเวลาในการปรับแล้ว ยังทำให้รับสัญญาณได้ไม่ครบ นอกจากนี้ยังทำให้ท่านแก้ปัญหาไม่ตกอีกด้วย หากท่านเคยเป็นตัวแทนจำหน่ายไดน่าแซทหรือเคยเข้าอบรมติดตั้งจานมูฟจากไดน่า แซทท่านจะทราบดีว่าการติดตั้งจานมูฟให้รับสัญญาณได้ครบและได้แรงนั้นจำเป็น จะต้องปรับมุมชดเชยด้วยเสมอ เรายืนยันมาเช่นนี้มาตลอด 15 ปี!      แต่ค่ายอื่นกลับบอกว่าไม่ต้องปรับมุมชดเชย เพราะมุมชดเชยมีไว้สำหรับปรับแก้ในกรณีที่ตั้งเสาเอียงหรือพื้นเอียงแถมยัง สำทับอีกว่า ที่จานของบางบริษัท (คงหมายถึงจานของไดน่าแซท) ต้องปรับมุมชดเชยก็เพราะจานและคอจานที่ผลิตมาแต่ละชุดนั้นไม่ได้มาตรฐานเลย ต้องปรับมุมชดเชย ว่าเข้าไปนั่น! มาดูกันครับว่าจริงๆ แล้วเป็นอย่างไร
        เริ่มจากความเชื่อที่ว่า "เสาเอียงจะทำให้ปรับจานมูฟไม่ได้ครบ" ย้อนกลับไปตอนที่ 2 (ฉบับที่ 128 )ท่านได้ทราบแล้วว่าการติดตั้งจานดาวเทียมนั้น ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาพยายาม ตั้งเสาให้ได้ฉากเป๊ะๆ ทุกด้าน แต่ความเชื่อจากค่ายอื่นก็ยังแย้งว่า จานฟิกซ์มันหมูถึงเสาเอียงก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเป็นจานมูฟแล้ว เสาเอียงจะทำให้ปรับจานมูฟดาวเทียมไม่ได้ครบแน่ๆ ดูจากรูปที่ 6 จะเห็นได้ชัดเจนนะครับว่า ไม่ว่าเสาตั้งจานจะเอียงไปในทิศทางใดก็ตาม ไม่ได้มีผลต่อมุมต่างๆที่ปรับจานเลย ในทางกลับกันหากท่านมีความเชื่อแบบเก่าๆ แล้ว เมื่อรับสัญญาณไม่ได้แรงหรือไม่ได้ครบทุกดวงถึงจะเสียเวลาตั้งเสาให้ได้ฉาก ทุกด้านก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เพราะแก้ไม่ถูกจุดแบบรู้ไม่จริงกลับจะยิ่งเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

       แสดงให้เห็นถึงเสาที่เอียงในมุมต่างๆ ทานจะพบว่า ไม่ว่าเสาจะเอียงไปในมุมเท่าใดหรือทิศทางใดก็ตามมุมชดเชยจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย รวมทั้งมุมก้ม-เงย ก็ไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน ดังนั้นคำกล่าวอ้างที่ว่า "มุมชดเชยมีไว้สำหรับปรับแก้ ในกรณีที่ตั้งเสาเอียงหรือพื้นเอียง" จึงไม่เป็นความจริง

บาง ท่านดูจากรูป แล้วอาจจะบอกว่ามุมชดเชยไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่มุมก้ม-เงยต่างกันนี่นา แต่ลองสังเกตดูอีกทีจะพบว่า ทั้งมุมชดเชยและมุมก้ม-เงยนั้นยังอยู่ในตำแหน่งเดิม ทั้งนี้ เพราะเราวัดมุมก้ม-เงย และมุมชดเชยด้วยตัววัดมุมซึ่งวัดมุมเทียบกับแรงดึงดูดของโลกนะครับไม่ได้วัด เทียบ กับเสา หวังว่าหลายท่านคงยังจำกันได้  (อ่านรายละเอียดการใช้ตัววัดมุมได้จากบทความตอนที่ 2 ฉบับที่ 128) เมื่อถึงตอนนี้ก็เกิดคำถามว่า แล้วมุมชดเชยนั้นมีไว้ปรับเพื่ออะไรกันแน่! ก็คงต้องทบทวนกันอีกครั้งว่า ดาวเทียมที่ส่งรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมให้เราได้รับชมกันนั้นมีวงโคจรที่ ลอยอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรดังรูปที่ 8 และเนื่องจากอณาเขตของประเทศไทยนั้นอยู่ถัดจากเส้นศูนย์สูตรขึ้นไปทางเหนือ เมื่อท่านจะหันมองวงโคจรของดาวเทียม จึงต้องยืนหันหน้าไปทางทิศใต้ แล้วลองจินตนาการดูว่าวงโคจรของดาวเทียมเปรียบเสมือนรุ้งกินน้ำตัวใหญ่มากๆ พาด จากทิศตะวันออกจรดทิศตะวันตก จากนั้นลองกางแขนออก ให้ขนานกับพื้นแล้วเบี่ยงแขนของท่านเข้าไปหาปลายของเจ้ารุ้งกินน้ำตัวใหญ่ ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกสาเหตุที่ต้องเบี่ยงแขนเข้าไปหาก็เพราะว่าเจ้า รุ้งกินน้ำตัวใหญ่ในจินตนาการของเรานั้นไม่ได้เกิดเหนือตัวท่าน แต่เกิดขึ้นด้านหน้าของท่านถัดไปทางทิศใต้ ซึ่งมุมแขนที่เบี่ยงไปในจินตนาการของท่านนั้นก็คือมุมชดเชยนั่นเอง
     คราว นี้เรามาดูรูปคอจานของจริงเปรียบเทียบกับจินตนาการเมื่อสักครู่ท่านจะเข้าใจ ได้โดยทันที ซึ่งพอจะสรุปให้เข้าใจได้ว่า มุมชดเชยนั้นมีไว้สำหรับ ปรับชดเชยให้เอียงไปรับสัญญาณดาวเทียมได้ครบทุกดวงนั่นเอง แต่ในทางกลับกันหากไม่มีการปรับมุมชดเชยให้เอียงเข้าไปหาวงโคจรของดาวเทียม แล้ว ผลที่ตามมาก็คือ ท่านจะรับสัญญาณจากดาวเทียมดวงที่อยู่ปลายๆไม่ได้ หรือเรียกว่ารับได้ไม่ครบนั่นเองดังนั้นเหตุผลที่กล่าวว่า "มุมชดเชย มีไว้สำหรับปรับแก้ในกรณีที่ตั้งเสาเอียงหรือพื้นเอียง และจานที่จานของ บางบริษัท (คงหมายถึงจานของไดน่าแซท) ต้องปรับมุมชดเชยก็เพราะจานและคอจานที่ผลิตมาไม่ได้มาตรฐานเลยต้องปรับมุมชด เชย "จึงเป็นเหตุผลที่มั่วสุดๆ นอกจากนี้ในกรณีที่ช่างปรับจานรับสัญญาณได้ ไม่แรงพอหรือปรับจานมูฟรับสัญญาณได้ไม่กี่ดวงก็จะได้รับคำแนะนำจากศูนย์สุด มั่วว่ายังตั้งเสาไม่ได้ฉากให้กลับไปต้งใหม่เป็นเรื่องตลกที่ขำไม่ออกเลยจริงๆ ครับ

     เมื่อ เข้าใจตรงกันแล้วว่ามุมชดเชยมีไว้ปรับเพื่อะไร ผู้เขียนก็ได้เตรียมแผนที่และคามุมสำหรับปรับมุมก้มและมุมชดเชยในภูมิภาค ต่างๆ มาฝาก การปรับมุมต่างๆ นั้นก็มีหลักการคล้ายๆ กันกับการปรับจานฟิกซ์ แต่จะต่างกันตรงที่ว่า การปรับจานมูฟนั้นเราดูพื้นที่ติดตั้งจากแผนที่แล้วนำค่า Latitude หรือเส้นรุ้งไปเทียบมุมจุด A และจุด B จากนั้นนำค่ามุมที่อ่านได้จากตารางนำไปปรับได้เลย ไม่ต้องใช้เครื่องรับดาวเทียมเป็นเครื่องคำนวณ และจาการทดสอบภาคสนามในหลายๆ จังหวัดพบว่าในตารางที่ผู้เขียนคำนวณและทำเป็นตารางไว้ให้นั้นมีความแม่นยำ มาก จนแทบจะพูดได้ว่าหากตั้งค่ามุมได้เสร็จก็รับสัญญาณ C-Band ได้ครบทุกดวงเลย จะมีต้องปรับละเอียดอยู่บ้างก็เป็นสัญญาณ KU-Band จากดาวเทียมที่สัญญาณอ่อนๆ เท่านั้น ส่วน KU-Band ที่แรงรับได้สบายมากครับ 


ตอนที่ 7 (มาติดตั้งจานมูฟกันดีกว่า)
     เมื่อทราบหลักการของจานมูฟและสาเหตุที่ต้องปรับมุมชดเชยไปแล้ว คราวนี้ถึงเวลาของการประกอบและปรับแต่งในภาคสนามจริงกันแล้ว.. ซึ่งวิธีการประกอบติดตั้ง ตลอดจนการปรับแต่งนั้นยังถือว่าไม่ได้เป็นสิ่งที่ยุ่งยาก ใครที่เป็นคนกลัวความล้มเหลวขอให้สบายใจได้.. ผลงานของท่านจะสำเร็จให้ชื่นชมแน่นอน!! มีทฤษฎีทางด้านจิตวิตวิทยาที่น่าสนใจ ซึ่งผู้เขียนมักหยิบ ยกมาเล่าให้ผู้เข้าร่วม สันนนาการติดตั้งจานดาวเทียม Dynasat ฟังอยุ่เสมอว่า อุปสรรคที่ทำให้มนุษย์  เราใม่ประสบความสำเร็จนั้นมีสาเหตุอันเนื่องมาจากความกลัว 3 ประการ

     ความกลัวประการแรก คือ กลัวที่จะต้องเสียเวลามาศึกษาสิ่งใหม่ๆข้อนี้ในสิ่งแวดวงดาวเทียมจะเจอกัน อยู่เสมอตัวอย่างที่เห็น ได้ชัดเจนคือช่างในร้านจำหน่ายจานดาวเเทียมต่างๆ มักจะจะไม่อยากทดลองเปรียบเทียบสินค้าใหม่ๆ ค้วยเหตุที่มีความถนัดในรุ่นเดิมหรือคุ้นเคยกับยี่ห่อเดิมๆ อยู่แล้วสินค่าที่ตัวเองจำหน่ายอยู่สุดยอดแล้วขี้เกรียคที่จะต้องมาเรียนรู้ สิ่งใหม่ๆ หลายๆครั้งเลยพลาดโอกาศ ไม่ได้นำสินค้าที่ดีกว่ามาจำหน่าย หรือไม่ได้ปรับเปลี่ยนเอาวิธีที่ดีกว่ามามใช้

     ความกลัวประการที่สอง คือ กลัวความล้มเหลวหลายคนที่มีความพยายามมากพอที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แต่กลับไปนำมาใช้ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงหรือทำต่อให้สำเร็จก็เพราะกลัวว่าหากทำไปแล้วจะไม่ได้ผล หรือ กลัวว่าจะว่าจะทำได้ไม่ดีเลยล้มเลิกไม่ยอมทำต่อ ข้อนี้ก็มีอย่างให้อยู่ทั่วไป

     ส่วนความกลัวประการสุดท้าย  แทบไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์ เรากลัวประความสำเร็จ เพราะมัวแต่คิดว่าที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็ฌดีอยู่แล้ว เคยใส่เสื้อยืด กางเกงยีน รองเท้าแตะ ก็สบายดีนี่ ถ้าเหากประสบความสำเร็จมากกว่านี้กลัวจะตัวไม่ถูก เดี๋ยวชีวิตจะยุ่งอยากกว่าที่เป็นอยู่ เลยไม่มุมานะที่จะต้องทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จก็คงต้องย้อนกลับมามองที่ ตัวท่านแล้วว่า ความกลัวทั้ง 3 ข้อนี้มีอยู่ในตัวท่านหรือไม่.....จากบทความในตอนที่ผ่านมา ท่านได้ทราบหลักการทำงานของมูฟ รวมถึงสาเหตุที่ต้องทำการปรับมุมชดเชยทั้งนีก้เพื่อให้หน้าจานเบี่ยงหรือ เอียงไปรับสัญาณจากดาวเทียมดวงที่อยู่ริมๆ ได้แรงที่สุด ทำให้สัญาณได้ครบครบยทุกดวงนั้นเอง โดยที่มุมชดเชยมิได้มีไว้เพื่อปรับแก้ปัญหาเสาเอียง หรือไม่ได้มีไว้ปรับแก้ในกรณีที่คอจานผลิตมาไม่ได้มาตรฐาน แต่ประการใด ในทางตรงข้ามการปรับหน้าจานมูฟให้รับสัญาณได้แรงทุกดวง นั้นจำเป็นจะต้องปรับมุมชดเชยให้ถูกต้องด้วยเสมอ โดยเฉพาะพื้นที่ติดตั้งที่อยู่เหนือหรือต่ำกว่าเส้นศูนย์สูตรมากๆ จะยิ่งเห็นผลของการปรับมุมชดเชยได้อย่างชัดเจน

     รูปที่ 2 เครื่องรับดาวเทียม
     ในฉบับนี้ เราจะมาลงมือประกอบและปรับหน้าจานกัน แต่ก่อนอื่นมท่านต้องหาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการติดตั้งจานด้วย รวมทั้งควรติดตั้งเสาอย่างมืออาชีพซึ่งทั้งสองหัวข้อนี้หาอ่านได้จากบทความ ตอนที่2 ในฉบับที่ 18 จาน 6 ฟุต กำลังพอเหมาะ เกนการรับสูงพอ

     สำหรับจานมูฟที่เราจะทดลองประกอบและปรับกันนั้นผูเขียนเลือกใช้ จานดาวเทียม Dynasat แบบโปร่งขนาด 6 ฟุต ซึ่งมีขนาดเล็กกำลังเหมาะและมีเกนการรับที่สูงที่สำคัญคือ รองรับสัญาณได้ทั้งระบบ C และ KU Bead ซึ่งเป็นจานอีกรุ่นหนึ่งที่เป็นที่นิยมและส่งออกไปจำหน่ายหลายๆประเทศทั่ว โลก อีกทั้งจาน Dynasat ยังได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย Thailand `s Brand ยังถูกจากกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพานิชณ์ อีกด้วย ส่วนขั้นตอนในการประกอบจานก็ยังยุ่งยาก ดูจากคู่มือที่ให้มากับชุดจานได้เลย จุดที่เน้นคือการประกอบแล้วลอยต่อทุกจุดจะต้องเนียนเสมอกัน เพื่อโค้งหรือ Curve ของหน้าจานจะได้เสมบูรณ์การสะท้อนสัญญาณก็จะมีความถูกต้องแม้นยำมากขึ้น ซึ่งนั้นนั้นก็หมายถึงเกนการรับสัญญาณที่สูงขึ้นด้วย

     ติดตั้ง LNBF
     เมื่อประกอบชุดจานดาวเทียมแบบมูฟขาด 6 ฟุต เสร็จเรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปเราจะมาติดตั้ง LNBF ซึ่งมีรายระเอียดดังรูปที่ 4 สำหรับจานมูฟนั้น  มุม Polarize จะทำการปรับโดยสังเกตให้เส้นตรงเลข 0 อยู่ขนานกับพื้นหรืออยู่ในแนวเดียวกัน กับทิศตะวันออก-ตะวันตกนั่นเอง ส่วนระยะโฟกัสก็ปรับให้ขีดที่ตรงกับเลข .38 อยู่ตรงกับขอบของ  Scalar Ring  ตามรูปทั้งนี้เนื่องจากจาน Dynasat ขนาด 6 ฟุตที่เราเลือกใช้มี F/D ratio(อัตราส่วนระหว่างโฟกัสและเส้นผ่าศูนย์กลาง)อยู่ 0.38

     การปรับจานมูฟแบบง่ายๆ
    ในการติดตั่งและปรับจานมูฟหากรู้หลักการที่ถูกต้องนอกจากจะให้ช่วยใช้เวลาใน การปรับน้อยลงแล้ว ยังช่วยให้รับสัญญาณจากดาวเทียมดะวงต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการปรับจานดาวเทียมมูฟตามแบบฉบับของ Dynasat มีขั้นตอนในการปรับง่ายๆดังนี้

     1) ใช้ตัววัดมุมชดเชยและมุมก้มเงยโดยดูค่ามุมจากแผน (อ่านนรายระเอียดได้จากตอนที่ผ่านมา) จากนั้นตั้งหน้าจานให้หันไปทางทิใต้จริง(รูปที่ 5 และรูปที่ 6 )

     2) ต่อสายสัญญาณ LNBF ไปยังเครื่องรับ เปิดเครื่องรับโทรศัพน์เพื่อทดลองรับสัญญาณจริง  จากนั้นทดลองปรับหน้าจานไปรับสัญญาณจากดาวเทียมจริง จากนั้นลองปรับหน้าจานไปรับสัญญาณจากดาวเทียมที่อยู่ทางทิศตะวันออกสุดและ ตะวันตกสุด (ยังไม่ต้องติดมอเตอร์ขับจาน) ในขั้นตอนนี้ปรับมุมชดเชยและมุมส่าย(หาทิใต้จริง)อย่างละเอียด เพื่อให้รับสัญญาณจากดาวเทียมที่อยู่มุมริมสุดทั้งสองด้านให้แรงที่สุด

     3) ปรับหน้าจานไปรับสัญญษณจากดาวเทียมที่อยู่ประมาณกึ่งกลางท้องฟ้าถ้าเป็นกรุงเทพฯ จะใช้ดาวเทียม
   
     รูปที่ 5 ปรับมุมชดเชยและมุมก้มเงยตามค่าที่อ่านได้จากแผนที่
   
     รูปที่6  หันหน้าจานไปทางทิศใต้จริง
   
     รูปที่7  ปรับหาสัญญาณเบื้องต้น(ยังไม่ต้องติดมอเตอร์ขับจาน)
   
     รูปที่8  มอเตอร์ขับจาน(Actuatro)
   
     รูปที่9  การทำงานของมอเตอร์ขับจาน
   
     รูปที่10 การต่อสายมอเตอร์ขับบจาน
     
     AsiaSAT-2 หากเป็นภาคอีสาน อาจเลือกรับสัญญาณจากดาวเทียม AsiaSAT-3S ปรับมุมก้มเงยอย่างละเอียดให้รับสัญญาณได้แรงที่สุด

     4) ทดลองหันจานไปรับสัญญาณจากดาวเทียมดวงต่างๆ ทุกดวงหากยังรับสัญญาณได้ไม่แรงที่สุด ลองย้อนไปปรับตามขั้นตอนที่ 2 และ3 อีกครั้ง  โดยปกติแล้วหากท่านตั้งค่ามุมชดเชยและมุมก้มเงยที่อ่านจากแผนที่ได้อย่างถูก ต้องท่านจะรับสัญญาณ   C และ KU-Band จากดาวเทียมได้ครบทุกดวงยกเว้นสัญญาณ KU-Band ที่อ่อนๆจากดาวเทียมบางดวง ซึ่งจำเป็นต้องปรับมุมชดเชยและมุมก้มเงยอย่างละเอียดเพื่อให้รับสัญญาณได้ แรงที่สุด******
 
     การติดตั้งมอเตอร์
 
     เมื่อปรับหน้าจาน ให้รับสัญญาณได้จนครบทุกดวงแล้ว ขั้นตอนต่อมาเราจะติดตั้งมอเตอร์ขับจานหรือที่เรียกกันว่า Actuator(แอ็คจูเอเตอร์) ซึ่งเจ้ามอเตอร์นี้จะทำงานโดยการยึด-หดก้านชัก ซึ่งจะทำจานให้หน้าจานมีการเคลื่อนที่ได้
ดังรูปที่9 ส่วนใหญ่แล้วเรายึดปลายของ Actuator เข้ากลับคอจานฝั่งตะวันออก ทั่งนี้เนื่องจากฝั่งตะวันออกระดับสัญญาณจากจานดาวเทียมได้จำนวนได้กว่าฝั่ง ตะวันตก  ส่วนการต่อสายควบคุมมอเตอร์ ดูรายละเอียดได้จาก

ดังรูปที่10 สำหรับการทำงานของมอเตอร์ ขับจานโดยละเอียดขอยกไปอธิบายแบบเจาะลึกในฉบับหน้า

 ตอนที่8เคล็ดลับในการติดตั้งจานมูฟแบบมืออาชีพ
    
การ ตั้งลิมิตนั้นตั้งได้สองระบบ คือฮาร์ดแวร์ลิมิตซึ่งต้องตั้งที่ลิมิตสวิตช์ภายในตัวมอเตอร์ขับจาน ส่วนซอฟต์แวร์ลิมิตนั้นตั้งที่เครื่องรับดาวเทียม หากถามว่าอย่างไหนสำคัญกว่ากัน ก็คงจะตอบได้ว่าฮาร์ดแวร์ ลิมิตนั้นสำคัญที่สุด เพราะเป็นการป้องกันไม่ให้หน้าจานเคลื่อนไป ชนสิ่งกรีดขวางจนหน้าจานพัง หรือเคลือนออกไปจนชุดบอลสกรูของมอเตอร์ขับจานหลุดออกมา แต่ซอฟแวร์ลิมิตก็มีความสำคัญไม่น้อยเพราะหากเข้าใจหลักการตั้งลิมิตทั้งสอง แล้ว ก็จะแก้ปัญหาเรื่องตำแหน่งเลื่อนไดอย่างหายขาด

     สวัสดีครับ จากบทความ 2 ตอนที่ผ่านมาน่าจะทำให้ท่านได้เข้าใจถึงการทำงาน และทราบรารละเอียดการติดตั้งจานมูฟแบบมืออาชีพนั้นมีรายละเอียดและเคล็ดลับ ในการปรับแต่งอยู่พอสมควรทีเดียวอีกทั้งอุปกรณ์ใช้ในการติดตั้ง ก็ต้องทำการปรับแต่งวีธีด้วย เป็นที่ร่ำลือกันในหมู่ช่างติดตั้งว่า การติดตั้งจานมูฟให้รับสัญญาณได้ครบและแรงถือว่ายากพอสมควรทีเดียว ช่างหลายคนถึงกลับเข็ดหยาดไม่อยากติดให้ลูกค้า แต่ในความเป็นจริงแล้วการติดตั้งจานมูฟหากเข้าใจหลักการทำงานเลือกใช้ ผลิตภัณฑ์ที่ดี และใช้เครื่องมือในการปรับแต่งถูกวิธี การติดตั้งจานมูฟก็ไม่ใช้เรื่องที่ยากเกินกำลังความสามารถของท่านนอกจากนี้ การติดตั้งจานมูฟยังสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับช่างติดตั้งอีกด้วย ที่สำคัญการแข่งขันด้านราคายังไม่รุ่แรงเหมือนจานฟิกซ์ และคงจะดีไม่น้อยหากเราทำเรื่องที่ช่างคนอื่นๆคิดว่ายากได้ยากสบายๆ

     หลักสำคัญในการติดตั้งจานมูฟ
    
การ ติดตั้งจานมูฟของค่อยอื่นๆ ปัญหาส่วนใหญ่ที่เจอกันก็คือติดตั้งแล้วรับสัญญาณได้ไม่ครบ หรือแต่สัญญาณไม่แรงพอ และปัญหาชวนปวดหัวก็คือ มูฟไม่มูฟมาหลายๆรอบแล้วตำแหน่งที่เซ็ตไว้คลาดเคลื่อน พอใช้ไปนานก็รับสัญาณไม่ได้เพราะที่เซ็ตไว้คลาดเคลื่อนไปหมด ในที่เราจะ มาเจาะลึกว่าปัญหาดังกล่าวข้างต้นเกิดจากอะไรและจะมีทางแก้ไขได้อย่างไร

     การเลือกใช้ตัวมุมที่เหมาะสมที่เหมาะสมมีส่วนสำคัญอย่างมาก
เพราะ ตัววัดมุมแบบที่ผู้เขียนแนะนำให้ใช้ตามรูปมีความแม่นยำกว่าแบบอื่นๆ มาก เนื่องจากถูกออกแบบมาสำหรับใช้กับงานที่ต้องความละเอียดสูงแตกต่างจากรุ่น ราคาถูกที่มีขายตามร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ตัววัดมุมเหล่านั้นมีค่าผิดพลาด(Erroe)ค่อนข้างสูง เนื่องจากเอาไปใช้วัดงานก็สร้างทั่วไป ลองดูเล่นๆสมมุติว่าค่าที่อ่านได้ผิดพลาดไป 1 องศา (หมายว่ามุมก้ม-เงยผิดพลาดไป 1องศา มุมชด เชยพลาดไป 1 องศา) อาจทำให้สัญญาณไม่เจอเลย กว่าจะหาสัญญาณได้ครบและแรงก็ต้องลองปรับมุมชดเชยและมุมก้ม-เงยกลับไปมา ทำให้เสียเวลาอย่างมาก ดังนั้นการเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม และใช้เครื่องมืออย่างถูกวิธีจะทำให้ท่านประหยัดเวลาลงไปได้มากทีเดียว และต้องอย่าลืมว่าในการติดตั้งและปรับจานนั้น ท่านต้องทำกลางแจ้ง โดยเฉพาะวันที่แดดจัดคงไม่ใช่เรื่องสนุกนักที่จะมาเสียเวลาที่ไม่ใช่เหตุ
                          
     ปัญหาที่ทำให้ตำแหน่งดาวเทียมเคลื่อน
     ปัญหาหลักๆตำแหน่งเลื่อนนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากเครื่องรับดาวเทียมแบบที่มีโพซิชั่นเนอร์(Positioner)  หรือตัวควบคุมมอเตอร์ขับจานในตัว  มักถูกออกแบบให้ใช้CPUร่วมกันกับเครื่องรับ โดยปกติแล้ว CPU ในเครื่องรับดาวเทียมมีหน้าที่หลักๆ ที่จะต้องควบคุมการทำงานวงจรในส่วนต่างๆของเครื่องรับ นอกจากนี้ยังต้องทำหน้าที่แปลงสัญญาณดิจิตอลที่รับเข้ามาให้เป็นสัญญาณภาพ และเสียง และยังต้องทำหน้าที่แสดงข้อมูลต่างๆ บนหน้าจอทีวีอีกด้วย สำหรับเครื่องรับแบบที่มีโพซิชั่นเนอร์ในตัว CPU ต้องทำหน้าที่เพิ่มขึ้นคือต้องสั่งการควบคุมการทำงานของมอเตอร์ให้หมุนไปทาง ซ้ายหรือขวา และยังต้องนับพัลซ์ที่ถูกส่งมาจากมอเตอร์ขับจานอีกด้วยเพื่อตรวจสอบกับ ข้อมูลในหน่วยความจำว่าถึงตำแหน่งที่มอเตอร์จะต้องหยุดหมุนรือยัง
     ดังนั้นเมื่อCPU ทำงานนับพัลซ์ไม่ทันทำให้หยุดไม่ตรงตำแหน่ง เช่นเลื่อนไปครั้งละ 1-2 สเต็ปการเลื่อนไป1-2 สเต็ส สำหรับดาวเทียมที่มีสัญญาณแรงปกติ จะไม่มีผลกระทบต่อการรับสัญญาณเลย แต่เมื่อมีการสั่งมูฟไปยังดาวเทียมดวงต่างๆมากขึ้น ตำแหน่งจานก็จะเลื่อนสะสมมากขึ้นเช่นกัน จำในที่สุดก็รับสัญญาณไม่ได้เลย กลายเป็นภาระของช่างติดตั้งจะต้องเข้าไปบริการลูกค้า นอกจากนั้นบ้างครั้ง CPU ทำงานไม่ทันจนเกิดการรวน หรือที่เรียกว่า
 CPU แฮ็งค์ก็อาจทำให้โปรแกรมช่องต่างๆที่โปรแกรมไว้หายเกลี้ยงเลยก็มี แต่สำหรับเครื่อง Dynasat ที่มีโพซิชั่นเนอร์ (Positioner) อยู่ในเครื่องรับนั้นถูกออกแบบให้มี CPU ไมโครคอนโทรลเลอร์(Micro Controller) แยกออกมาควบคุมมอเตอร์ขับจานโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันการทำงานผิดพลาดรวมถึงในกรณีที่ระหว่างมูฟจานแล้ว เกิดไฟดับหรือปลั๊กหลุด ก็ไม่ทำให้เกิดปัญหาตำแหน่งเลื่อนหรือไม่จำตำแหน่งใดๆทั้งสิ้น ท่านจึงมั่นใจได้ว่าติดตั้ง
ไปแล้วไม่ต้องกลับไปเซอร์วิสบ่อยๆ
      
     วงจรโพซิชั่นเนอร์(Positioner) นี้ ที่ออกแบบโดยกลุ่มวิศวกรของ Dynasat ซึ่งตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่อนมา Dynasat ได้มีส่วนร่วมออกแบบ และแก้ไขปัญหาวงจรโพซิชั่นเนอร์ให้กับโรงงานผู้ผลิตในไต้หวันและเกาหลี จนเป็นที่ทราบดีกันกลุ่มโรงงานผู้ผลิตเครื่องรับดาวเทียมว่า หากมีผลัตภัณฑ์ใหม่ออกมาจะต้องส่งมาให้ Dynasat ทดสอบและช่วยแนะนำว่าควรจะต้องแก้ไขอะไรอย่างไร นอกจากนี้ยังเป็นที่ทราบกันดีในหมู่ช่างติดตั้งว่า นอกจากนี้
Dynasat ยังเป็นที่สุดยอดของจานมูฟอีกด้วย

     การทำงานของมอเตอร์ขับจาน(actuaator)
     การทำงานของมอเตอร์ขับจานนั้นหากแบ่งตามลักษณะของการทำงานแล้วจะแบ่งออกเป็น ได้สองส่วนคือส่วนที่ทำให้เกิดการเคลื่อนที่และส่วนของการส่งข้อมูล กลับ(Pulse feed back)แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้เกิดการเคลื่อนที่นั้นใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับ เครื่องผ่านระบบเฟืองทดรอบเพื่อเพิ่มแรง และใช้ระบบบอลสกรู(Ball screw)เป็นตัวขับก้านชักแรงดันที่ป้อนให้กับมอเตอร์ขับจานนั้นจะอยู่ในช่วง 24-36 โวตต์ ส่วนการส่งข้อมูลกลับไปยังชุดควบคุม หรือที่เรียก
ว่าตัวโพ ซิชั่นเนอร์(Positioner) มีควานจำเป็นอย่างมากเพราะจะเป็นข้อมูลที่จะบอกว่าก้านชักของมอเตอร์ขับจาน นั้นไปที่มาก-น้อยแค่ไหนแล้ว สัญญาณหรือข้อมูลที่ป้อนกลับไปยังตัวโพซิชั่นเนอร์(Positioner)มีลักษณะเป็น สัญญาณ Pulse ซึ่งมีหลักการทำงานโดยอาศัยสนามแม่เหล็กตัดกับหรีดเซ็นเซอร์(Reed sensor) หรือสวิตช์แม่เหล็กที่ใช้สำหรับติดตามขอบปะตู-หน้าต่างในระบบกันขโมย แต่ยังมีความเข้าใจผิดจากผู้จำหน่ายจานดาวเทียมหลายๆค่ายที่ชุดมูฟมักเกิด ปัญหาเรื่องตำแหน่งเลื่อนประจำโดยเข้าใจว่าที่ตำแหน่งเลื่อนประจำโดยเข้าใจ ว่าที่ตำแหน่งเลื่อนบ่อยๆนั้นเป็นเพราะขั้วของหรีดเซ็นเซอร์ไม่แน่นจึงแนะนำ ช่างติดตั้งให้ทำการบักกรี โดยหารู้ ไม่ว่ากลับยิ่งทำให้เกิดปัญหาหนักขึ้นเพราะนี้เพราะหรีดเซ็นเซอร์ทำงานโดย อาศัยหลักการสรนามแม่เหล็ก โดนใช้โครงสร้างของหรีดเซ็นเซอร์จะประกอบด้วยการของคอนแทกต์ที่เคลือบสารแม่ เหล็กเอาไว้ เมื่อมีสนามแม่เหล็กเข้ามาใกล้แรงของสนามแม่เหล็กจะพยายามทำให้หน้าคอน แท็กต์ทั้งสองติดกัน การยึดติดเซ็นเซอร์นั้นจะใช้ช๊อกเก็ต(Sockec)เป็นตัวยึดขาหรีดเซ็นเซอร์แทน ตัวบัดกรีด้วยเหตุผลที่ว่า หากเราทบทวนคุณสมบัติของแม่เหล็ก จากข้อเท็จจริงในการทำราย

     สนามแม่เหล็ก ซึ่งทำได้ 3 วิธี

     1.สนามแม่เหล็กของแท่งแม่เหล็กถาวรจะถูกทำลายได้ โดยการป้อนสนามแม่เหล็กที่แรงกว่าและมีสลับขั้วอย่างรวดเร็ว อธิบายได้ง่ายๆคือการเอาขดรวดไฟฟ้ามาพันแท่งแม่เหล็กถาวรแล้วป้อนไฟ AC (กระแสลับ)ลหังจากนั้นสนามแม่เหล็กของแท่งแม่เหล็กจะอ่อนแรงลง
    
     2.โดยการทุบแทงแม่เหล็กอย่างรุนแรง เนื่องจากแม่เหล็กได้รับการทุบอย่างรุนแรง โมเรกุลพายในแท่งแม่เหล็กจะมีการสะเทือนสลับกันไปมาทำให้สนามแม่มีการหัก ล้างกันพายในระหว่างโมเรกุลความแรงของสนามแม่เหล็กจึงลดลง
         
     3.โดยการให้ความร้อน เมื่อให้ความร้อนกับแท่งแม่เหล็ก ความร้อนจะทำให้โมเลกุลพายในแท่งแม่เหล็กเกิดการเคลื่อนที่ทำให้สนามแม่ เหล็กเกิดการหักล้างกันพายในระหว่างโมเลกุล เช่นเดียวกับการทุบ ความแรงของสนามแม่เหล็กจึงลดลงเช่นกันหากพิจรณาจากคุณสมบัติข้างต้น จะเห็นว่าบัดกีที่ขั้วของหรีดเซ็นเซอร์ เป็นการป้องกันความร้อนเข้าไปโดยตรง อีกทั้งที่ก้านคอนแท็คที่เคลือบสารแม่เหล็กมีขนาดเล็กมาก ความร้อนจะเกิดบัดกรีจึงไม่สามารถถ่ายเทออกไปได้ ผลที่เกิดขึ้นตามมาก็คือสนามแม่เหล็กที่ก้านคอนแท็คจะมีความแรงลดลง การบัดกรีที่ขาของหรีดเซ็นเซอร์จึงเป็นการลดอายุการใช้งานของหรีดเซ็นเซอร์ ลง เมื่อใช้งานไปได้ไม่นานก็เกิดอาการดูดบ้างไม่ติดบ้างทำให้ปัญหาเลื่อนรุนแรง ยิ่งขึ้น
              
     การติดตั้งมอเตอร์ขับจาน (Actuator)นั้น มีจุดที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษอีกจุดหนึ่งคือลิมิต(Limit)หรือจุดสิ้นสุดการ ตั้งลิมิตนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้จานเคลื่อนที่เลยออกไปชนกับสิ่งกรีดขวาง เช่นรั้ว ต้นไม่หรือสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ใกล้ๆจานรวมทั้งป้องกันไม่ให้ก้านของมอเตอร์ ขับจานยื่นเลยออกไปจนหลุดการตั้งลิมิตนั้นตั้งได้สองระบบ คือฮาร์ดแวร์ลิมิต(Hardware Lmit)ซึ่งเราจะทำการตั้งลิมิตสวิทช์ภายในตัวมอเตอร์ขับจาน ส่วนซอฟแวร์ลิมิต(Software Limit)นั้นเราจะทำการตั้งที่เครื่องรับจานดาวเทียม(เพื่อความสะดวกส่วนใหญ่ วิศวกรจะเรียกกันสั้นๆว่า ฮาร์ดลิมิต Hard-Limit และซอฟต์ลิมิต(Soft-Limit)หากถามว่าอย่างไหนสำคัญกว่ากันก็คงจะตอบได้ว่า ฮาร์ดแวร์ลิมิตสำคัญที่สุดเพราะเป็นด่านสุดท้ายที่ต้องป้องกันไม่ให้หน้าจาน นั้นไปชนสิ่งกีดขว้างจนหน้าจานพังหรือเครื่องออกไปเกิดจนชุดบอลสกรูของ มอเตอร์ขับจานหลุดออกมา แต่ซอฟแวร์ลิมิตทั้งสองแล้วก็จะแก้ปัญหาเรื่องตำแหน่งเลื่อยได้อย่างหายขาด แต่การตั้งลิมิตนั้น
ก็มีเคล็ดลับในการตั้งเช่นกัน ซึ่งจะขออธิบายพร้อมวงจรการทำงานของโพซิชั่นเนอร์อย่างง่ายๆในตอนจ่อไป
 เทคนิคการติดตั้ง สายอากาศภาคสนามการติดตั้งสายอากาศหาสัญญาณอ่อน...ยอมเกิดปัญหาแต่ในบางคราวสัญญาณแรงๆ
นี้แหละที่ทำให้การรับสัญญาณมีปัญหาได้เช่นกัน หากเป็นเช่นนี้จะแกไขปัญหาได้อย่างไร
"จากช่างถึงช่างมีคำตอบ"
 
สวัสดี ครับ แฟนๆ ทั้งหลาย พบกันอีกครั้งแล้วนะครับหลังจากหายไปนาน ได้มีแฟนๆโทรไปถามเป็นจำนวนมากกว่าหายไปไหน ก็ขอตอบแบบตรงๆว่าไปทำมาหากินครับ อิอิคือไปทำให้หลักสูจน์การติดตั้งสายอากาศทีวี ครับ เนื่องด้วยผมและเพื่อนๆได้ร่วมกันเปิดหลังสูตรการเรียนทางอินเตอร์เน็ตใน ชื่อ
www.eon49.com ก็แค่นี้เอง ส่วนเนื้อเรื่องในตอนที่25นี้ก็ได้เอามาจากในห้องเรียนของwww.eon49.com มาเล่าให้เพื่อนๆที่ไม่ค่อยได้เข้าอินเทอร์เน็ตได้รับทราบ ด้วยความคิดข้อความที่ปรากฎในอินเทอร์เน็ตนั้น หากเป็นการอ้างทางวิชาการนั้นยังไม่เป็นที่ยอมรับ เพราะมันอาจถูกลืมทิ้งไปในเวลาหนึ่ง สิ่งนี้เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปในเวลาหนึ่งนั้นอันหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งคือ ข้อความที่แปะขึ้นเวบนั้นยังไม่มีองค์กรยืนยังเรื่องความจริงและความถูกต้อง การใช้และการเข้าถึงทำได้จากโลกไร้กระดูก ซึ้งไม่ใช้สังคมปกติ
 เรื่อง ราวของเรานั้นคงเป็นประเด็นแรก คือเรื่องราวที่เป็นประโยชน์นี้อาจถูกลบหายไปในอนาคต นิตยาสารยังคงเป็นฐานที่มั่น ซึ่งยืดยาว มีกองบรรณาธิการทำหน้าที่กลั่นกรองสาระและความถูกต้องตอนที่ต้องพิจรณาลง พิมพ์ ซึ่ง เรียกว่าเป็น Gate keeper

อาการสัญญาณแรงเกินไป อาการนี้ เหมือนอาการ AGC ไม่ดี และเหมือนอาการใส่บูสต์แล้ว แต่สัญญษณ INPUT แรงเกินกว่าที่บูสต์จะทนได้ คือ ภาพที่เห็นในหน้าจอที่คล้ายกัน แต่ต้นเหตุต่างกัน ดังนั้นท่านจึงแยกให้ออก คือ.. เมื่อติดตั้งสายอากาศเสร็จแล้ว(ค่ำว่าเสร็จในที่นี้คือความวัดเครื่องวัด สัญญาณ ว่าไดต่ำแหน่งที่สัญญาณแรงสุดและได้ใช้ทีวีที่ปกติ(ทีวีที่ไม่เสีย)ลองดูภาพ แล้วว่าภาพปกติดีและภาพก้สวยดี) แต่พอจ่ายสัญญาณไปเข้าเครื่องลูกค้าภาพดูไม่ได้ คือภาพลายมีสัญญาณช่องอื่นกวนอยู่ นั้นหมายถึง ทีวีเสีย
"สำหรับอาการนี้ เสียที่เครื่องรับโทรศัพน์ และเสียวงจร AFTที่บอกว่าเสียอยู่ที่วงจร AFTก็เพราะว่าเราไม่มี บูสต์เตอร์ ดังนั้นท่านต้องตัดเครื่องบูตส์เตอร์ออกไปได้เลย"

•รูปที่1 แสดง Attenuator ที่ใช้ลดความแรงของสัญญาณ

 ปัญหาคือว่า ลูกค้าไม่ยอมรับว่า ทีวีของเขาเสีย ลูกค้ายืนยีนทั้งบ้านว่า ทีวีของเขาก็ดูอยู่ทุกวัน(หมายถึงคนในหมู่บ้านบอกว่าทีวีของเขาดีอยู่)
ใน เมื่อเจอลูกค้าแบบนี้ก็ต้องแก้ที่ปลายเหตุแล้วแหละครับ คือเอา Attenuart มาลดสัญญาณลงเพื่อจะทำให้ลูกค้าดูภาพได้ และจได้เก็บเงินและกลับบ้านได้
 จบ ไปหนึ่งอาการแล้วครับ เรื่องราวต่อจากนี้ไปก็เป็นเรื่องราวที่เพื่อนๆ ในเว็บไซต์เขาถามตอบกันครับ ผมเลยเอามาฝากสำหรับท่านที่มีอินเทอร์เน็ตหรือไม่ค่อยมีเวลาถ่างตาเฝ้าหน้า จอ ได้อ่านได้ทราบกันอีกสักเรื่อง

ระบบสายอากาศทีวีในตัวอาคารรับไม่ชัด ถาม:จากคุณ Nimit (Un) (อันนี้เป็นตั้งกระทู้ครับ) ระบบสายอากาศทีวีในตัวอาคารรับไม่ชัด ใช้บูสต์ของยี่ห้อทาฟน์อยู่ อธิบายเพิ่ม
1.ใช้ทีวีตึกละ 12 เครื่อง ใช้ Boosters ตึกละ 1 เครื่อง 2 ตึก ใช้ Boosers 2 ตัว
2.ตึกที่ 1 ชัดทุกห้อง ตึกที่ 2 ไม่ชัด 3 ห้องท้าย
3.ทั้ง 2 ตึก ใช้อุปกรณ์รุ่นเดียวกันทุกอย่าง
4.สาเหตุ ที่ใช้ Boosters ตึกละเครื่อง เดิม 2 ตึก ต่อสายอากาศร่วมกันอยู่ ชัดทุกช่อง เวลานี้ตึกที่ที่ 2 ไม่ชัดเลยต่อใช้ Boosters เพิ่มตึกที่ 2 เพื่อให้ชัดปรากฎว่า 3 ห้องท้ายไม่ชัดช่วยวิเคาะห์หน่อยครับ ลองสลับ Boosters กันแล้วจุดที่ 2 ก็เหมือนเดิม

 ความเห็นที่1 : จากคุณ E21fnw (ชื่อคนตอบกระทู้) ท่านที่ยังไม่เป็น น. ศ. ของ www.eon49.com ด้วยครับ เก่งมากด้วยนะเป็นคนหนุ่มไฟแรงคนหนึ่งครับ
-สายอากาศชนิดไหน..
-บูสต์เตอร์ ยี่ห้อไหน..
-การต่อวงจร MATV มีอะไรบ้าง ต่อกันอย่างไร..
-สายนำสัญญาณ ชนิดไหน...
-มีTV&FM Leer ไหมละ จุดต่างๆ ความแรง สัญญาณเท่าไร
-หรือจะไปดูที่
www.eon49.com ควรมิควรแล้วแต่พิจรณา

 ความเห็นที่2 : จากคุณ Nimit (Un)
1.สายอากาศ RG 6สีขาวธรรมชาติ
2.บูสต์ทาฟน์ รุ่น WA 35/131N ปรับเกณฑ์ได้
3.การต่อแบบสายเดียวเข้าสปลิตเตอร์ 1 ออก 4 ทาง จำนวน 3 ตัว เท่ากับ12 เครื่อง ต่อ 1 ตึก
4.อีกตึกต่อแบบเดียวกัน
5.สายอากาศถูกแยกด้วยสปลิตเตอร์ 2 ทาง เข้าบูสต์เตอร์ 2 เครื่อง (2 ตึก)
6.ไม่มีเครื่องมือวัดทดสอบครับ

•รูปที่ 2 แสดงการต่อสปลิตเตอร์

 ความเห็นที่3 : จากคุณ พรเทพ (ชื่อผมในเว็บครับ)
 การ ต่อแบบสายเดียวเข้าสปลิตเตอร์ 1 ออก 4 ทาง จำนวน 3 ตัว เท่ากับ 12 เครื่อง ต่อ 1 ตึก (ข้อความอ้างถึง)ต่อยังไงถึงยังไงถึงได้ 12 จุด ครับ ทำไมผมต่อได้แค่ 10 จุด ครับ(มีงานระดับนี้ควรเรียนรู้หลักสูจูตรติดตั้งสายอากาศทีวีอย่างเซียนนะ ครับ งั้นชิ้นเดียวก็คุ้ม แล้วครับ)

 ความเห็นที่4:จากคุณNiMit(Un)ขออภัยอีกครั้ง สปลิตตามที่พี่วาดนั้นละครับ แต่เป็น 4 ตัว(ผมมั่วเอง นึกภาพไม่ออก มันอยู่ในฟ้า)
ความเห็นที่5:จากคุณ พรเทพ
 งั้
นก็ นึกไปเรื่อยๆ ก่อนนะ การทำงานต้องใช้หลักการและเหตุผล แต่คุณใช้นึกเอา ผมก็ไม่รู้จะพูดอย่างไงต่อไปแล้วครับ ผมก็ได้แต่นึกเอาเหมือนคุณแหละ เพราะผมก็ไม่เห็น ผมไม่ได้ทำ ไม่ได้วัดสีญญาณ ดังนั้นนอกจากนึกแล้วคงทำอะไรไม่ได้แล้วและ

ความเห็นที่6:จากคุณ นิมิตร อย่าทำ อย่างนั้น งานซ้อมชิ้นนี้ ผมไม่ได้เป็นคนไปตรวจซ่อม เป็นช่างไฟฟ้าอีกคนเป็นคนดูแล และตั้งกระทู้ถามใช้ชื่อผมอีก ผมได้วิเคาะห์จาการไปซ้อมที่เกิดเหตุมาแล้วตั้งแต่เช้าช่างไฟฟ้าของผมใช้ สปลิตเตอร์ราคาถูกในจุดที่ 4 ทำให้สัญญาณอ่อน มันเลยไม่ชัด ผมได้เปลี่ยนสปลิตเตอร์แล้ว ใช้งานได้ดี แต่ที่บอกแรงสลับบูสต์เตอร์(ไม่รู้สลับเมื่อไหร่)น่าจะเกิดจากการปรับอัตรา ไม่ดี ผมที่ได้จึงต่างกัน
 ความเห็นที่7: จากคุณ E21fnw กล่าวโดยกว้างๆต้องรู้หลักทษฎี เทคนิคการปฎิบัติ เช่น
-จุดรับสัญญาณอยู่ห่างจากเสาส่งไกลเท่าไร...ทิศทางไหน..
-การเลือกใช้สายอากาศ อุปกรณ์เกี่ยวข้องในระบบสายอากาศ
-ความสูงของเสาอากาศเท่าไร....เป็นอย่างต่ำ
-เทคนิคการติดตั้งสายอากาศโทรทัศน์
-ความแรงสัญญาณ ที่ได้จากสายอากาศเบื้องต้นแต่ละช่องกี่ dB
-จำนวนจุดรับชม ระยะห่างของแต่ละจุดรับชม
-การเลือกใช้บูสต์เตอร์ รุ่นไหน อย่างไร
-การเลือกใช้ Tap-off , splitter แบบไหนอย่างไร
-การเลือกใช้สายนำสัญญาณ การเข้าหัวอย่างถูกวิธี
-การคำนวณ+ออกแบบ MATV ให้แต่ละจุดมีการคมชัด
-เทคนิดการปรับแต่งสัญญาณ ในระบบ TV& FM Level Meter
-และ อื่นๆที่นำมาพิจรณา ช่วงมีคุณภาพสามารถวอเคราะห์อาการ สาเหตุและแก้ไขปัญหาต่างๆ ในระบบ MATV ได้อย่างแต่ว่าทำให้ดูได้ ต้องทำให้ดีที่สุด มีคุณภาพ ถูกหลักการภาคทษฏีและปฎิบัติ
*ควรมิควรแล้วแต่พิจรณา เจริญพร  อิอิ จบแล้วครับเป็นไงบ้างครับ ได้อ่านข้อความต่างๆ จากในเว็บ เพื่อนๆรู้สึกอย่างไรบ้างครับ*

 เจาะจานดาวเทียม  ตั้งเสาเอียงก็รับครบ!! (มาติดจานมูฟกันดีกว่า) ย้อนกลับไปเมื่อ 400 ปีที่แล้ว กาลิเลโอปราชญ์ชาวอิตลี่ได้นับบรรดานักปราชญ์และนักศึกษารวมทั้งผู้ที่สนใจทั้งหลายให้มาพิสูจน์ เพื่อหักล้างความเชื่อเดิมที่ว่า วัตถุที่หนักกว่าจะตกพื้นก่อนวัตถุที่เบากว่า โดย กาลิเลโอเชื่อว่าวัตถุถึงแม้จะมีน้ำหนักต่างจากกันแต่จะตกถึงพื้นพร้อมกัน เมื่อถึงวันนัดกาลอเลโอ ได้ขึ้นไปที่ระเบียงยอดหอเอนที่เมืองปิชา แล้วทิ้งก่อนตะกั่วกลมที่มีน้ำหนัก 10 ปอนด์ และ20 ปอนด์ลงมาพร้อมกัน ปรากฎว่าก่อนตะกั่วทั้ง 2 ตกลงมาถึงพร้อมกัน แต่ก็ยังมีพวกที่ไม่เห็นด้วยตะโกนถามว่าแล้วทำไมใบไม้จึงตกถึงพื้นช้ากว่า ก้อนตะกั่ว กาลิเลโอให้เหตุผลว่าการที่ใบไม้ตกถึงพื้นช้ากว่า เพราะมีแรงตานทานอากาศคอยพยุงไว้ การทดลองในวันนี้นนับเป็นจุดเริ่มของทิศฎีแรงโน้มถ่วงที่ค้นพบ โดย เซอร์ไอแซค นิวตัน ที่เราใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน..
•รูปที่1 กาลิเลโอ
•รูปที่2
 สวัสดีครับ ท่านได้ทราบถึงการในการติด ตั้งจานแบบ DUO,TRIO เพื่อรับสัญญาณจากดาวเทียม 2 และ 3 ดวงด้วยจานเทียวเพียงใบเดียว จากบทความในตอนนี่ผ่านมาแล้ว ในฉบับที่เราจะมาติดตั้งจานแบบมูฟ(MOVE)ดวงกันดูบ้าง
 จานมูฟท่านคงเห็น ถึงความแตกต่างไป  จากจานแบบฟิกซ์ที่จัดเจนก็คือ มีมอเตอร์ขับจานติดตั้งอยู่ที่คอจาน และคอจานเองก็มีรูปร่างหน้าตาแตกต่างไปจากคอจานแบบฟิกซ์ด้วยเช่นกัน โดยคอจานแบบมูฟนี้จะมีแกรนหมุน 1 แกนสำหรับกวาดหน้าหน้าจานดาวเทียวไปยังดวงเทียมดวงต่างๆแกรนหมุนนี้เรียกว่า แกรนโพล่าร์(Polar Monut)

 หากยังจำกันได้ในกรณีของจานแบบฟิกซ์ เมิ่อท่านต้องการปรับหน้าจานไปรับดาวเทียมดวงอื่นๆ ท่านจะต้องปรับมุม ก้ม-มุมส่าย-มุมโพลาไรซ์ของ LNBF ให้ตรงกับตำแหน่งของดาวเทียมที่ต้องการรับ จึงจะรับสัญญาณได้ แต่สำหรับจานมูฟแล้ว ด้วยคอจานแบบโพล่าร์เม๊าท์ หลังจากติดตั้งและปรับหน้าจานได้ถูกต้องแล้ว การมูฟหน้าจานเพื่อหันไปรับสัญญาณจากดาวเทียมดวงอื่นๆ ทำแค่เพียงปรับแกนหมุน Polar เพียงแกนเดียวเท่านั้นท่านก็จะรับสัญญาณจากดาวเทียมดวงต่างๆได้โดยไม่ต้องมา ปรับมุมส่ายหรือมุมโพลาไรซ์ที่ LNBF อีกเลย
 แต่ก่อน อื่นเราคงต้องมาทำความเข้าใจในเรื่องหลักการพื้นฐานกันก่อนนะครับ ทั้งนี้เนื่องจากความเชื่อที่ผิดๆ

 •รูปที่3 จานมูฟ
 

ดูจากรูปที่3 จานมูฟท่านคงเห็นถึงความแตกต่างไปจากจานแบบฟิกซ์ที่ชัดเจนก็คือ มีมอเตอร์ขับจานติดตั้งอยู่ที่คอจาน และคอจานเองก็มีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันไปจากคอจานแบบฟืกซ์ได้เช่นกัน โดยคอจานแบบมูฟนี้จะมีแกนหมุน1 แกนสำหรับกวาดหน้าจานดาวเทียม ไปยังดาวเทียมดวงต่างๆ แกนหมุนนี้เรียกว่าแกนโพล่าร์(Polar)คอจานชนิดนี้จึงถูกเยกว่า โพล่าร์เม๊าท์ (Polra Mount)
 หากยังจำกันได้ในกรณีจานแบบฟิกซ์ เมื่อท่านต้องการปรับหน้าจานไปรับดาวเทียมดวงอื่นๆ ท่านจะต้องปรับมุมก้ม -มุมส่าย-มุมโพลาไรซ์ของ LNBF ให้ตรรงกับตำแหน่งของมูฟแล้ว ดาวเทียมที่ต้องการรับ จึงจะรับสัญญาณได้ แต่สำหรับจานมูฟแล้ว ด้วยคอจานแบบโพลาเม๊าซ์ หลังจากติดตั้งและปรับหน้าจานได้ถูกต้องแล้ว การมูฟหน้าจานเพื่อหันไปรับสัญญาณจากดาวเทียมดวงอื่นๆ ทำแค่เพียงปรับแกนหมุน Polar เพียงแกนเดียวเท่านั้นท่านจะรับสัญาณจากดาวเทียมดวงต่างๆ ได้โดยไม่ต้องปรับหมุนส่ายหรือมุมโพลาไรซ์ที่ LNBF อีกครั้ง

 •รูปที่4 รูปคอจานมูฟ
 แต่ก่อนอื่น เราคงต้องมาทำความเข้าใจในเรื่องของหลักพื้นฐานกันก่อนนะครับ ทั้งนี้เนื่องจากความเชื่อที่ผิดๆที่ได้รับถ่ยทอดมาจากค่ายอื่นนั้น นอกจากจะทำให้เสียเวลาในการปรับแล้ว ยังทำให้รับสัญญาณได้ไม่ครบ นอกจากนี้ยังทำให้ท่านแก้ปัญหาไม่ตกอีกด้วย หากท่านได้เคยเป็นตัวแทนจำหน่ายไดน่าแซทหรือเข้าอบรมการติดตั้งจานมูฟจากได น่าแซท ท่านจะทราบดีว่าการติดตั้งจานมูฟให้รับสัญาณจากดาวเทียมได้ครบและได้แรงนั้น จำเป็นต้องปรับมุมชดเชยด้วยเสมอ เรายืนยันเช่นนี้มาด้วยตลอด 15 ปี

•รูปที่5 เปรียบเทียบจาน มูฟ-ฟิกซ์
 

แต่ค่ายอื่นกลับบอกว่าไม่ต้องปรับมุมชดเชย เพราะมุมชดเชยมีไว้สำหรับปรับแก้ในกรณีที่ตั้งเสาเอียงหรือพื้นเอียงแถมยัง สำทับอีกว่า ที่จานของบางบริษัท(คงหมายถึงจานของไดน่าแซท)ต้องปรับมุมชดเชยก็เพราะจานและ คอจานที่ผลิตมา แต่ละชุดนั้นไม่ได่มารตฐานเลยต้องปรับมุมชดเชยว่าเข้าไปนั้น มาดูกันครับว่าจริงๆแล้วเป็นอย่างไร
     เริ่มจากความเชื่อที่ว่า "เสาเอียงจะทำให้ปรับจานมูฟรับดาวเทียมได้ไม่ครบ" ย้อนกลับไปตอนที่ 2(ฉบับที่128) ท่านได้ทราบแล้วว่าการติดตั้งจานดาวเทียมนั้นไม่จำเป็นต้องเสียเวลาพยายาม ตั้งเสาให้ได้ฉากเป๊ะๆ ทุกด้านแต่ความเชื่อจากค่ายอื่นก็ยังแย้งว่า จานฟิกซ์มันหมูถึงเสาเอียงก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าไม่เป็นจานมูฟแล้ว เสาเอียงจะทำให้ปรับหน้าจานมูฟรับดาวเทียมได้ไม่ครบแน่ๆ ดูจากรูปที่6 จะเห็นได้ชัดเจนนะครับว่า ไม่ว่าเสาตั้งจานจะเอียงไปในทิศทางใดก็ตาม ไม่ได้

•รูปที่ 6เสาเอียง
รูปที่7 ตัววัดมุม
มีผลต่อมุมต่างๆที่ปรับจานเลยในทางกลับกับหากท่านมีความ เชื่อแบบเก่าๆแล้วเมื่อรับสัญญาณได้ไม่แรงหรือรับไม่ได้ครบทุกดวงถึงจะเสีย เวลาพยายามตั้งเสาให้ได้ฉากทุกด้านก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เพราะแก้ปัญหาไม่ถูกจุดแบบรู้ไม่จริงกลับจะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์

จากรูปที่6 แสดงให้เห็นถึงเสาที่เอียงในมุมต่างๆท่านจะพบว่า ไม่ว่าเสาจะเอียงไปในมุมเท่าใดหรือทิศทางใดก็ตามมุมชดเชยจะไม่มีการเปลี่ยน แปลงเลยรวมทั้งมุมก้ม-เงยก็ไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน

•รูปที่8วงจรดาวเทียม สำหรับปรับแก้ในกรณีที่ตั้งเสาเอียงหรือพื้นเอียง จึงไม่เป็นความจริง
 บาง ท่านดูจากรูปแล้วอาจจะบอกถึงมุมชดเชยไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่มุมแก้ม-เงย นั้นยังอยู่ในตำแหน่งเดิมทั้งนี้เพราะเราวัดมุมก้มเงย และมุมชดเชยด้วยตัวมุม ซึ้งวัดมุมเทียบกับแรงดึงดูดของโลกนะครับไม่ได้วัดเทียบ กับเสาหวังว่าหลายท่านคงจำกันได้

•รูปที่9 ดาวเทียมที่รับได้
 เมื่อ ถึงตอนที่เกิดคำถามว่า แล้วมุมชดเชยนี้มีไว้ ปรับเพื่ออะไรกันแน่ ก็คงต้องทบทวนกันอีกครั้งว่า รายการที่ส่งรายการโทรทัศน์ผ่านผ่านดาวเทียมให้เราได้รับชมกันนั้นมีวงโคจร ที่ลอยอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรดังรูปที่ 8 และเนื่องจากอณาเขตของประเทศไทยนั้นอยู่ทัดจากเส้นศูนย์สูตรขึ้นไปทางเหนือ เมื่อท่านจะหันมองวงโคจรของดาวเทียม จึงต้องยืนหันหน้าไปทางทิศใต้ และลองจินตนาการดูว่าวงโคจรของดาวเทียมเปรียบเสมือนรุ้งกินน้ำตัวใหญ่มากๆ พากทางทิศตะวันออกจรดทิศทิศตะวันตก จากนัน้นลองกางแขนออก ให้ขนาดกับพื้นแล้วเบี่ยงของท่านเข้าไปปลายของเจ้ารุ้งกินน้ำตัวใหญ่ทางทิศ ตะวันออกและทิศตะวันตกสามารถที่ต้องเบี่ยงแขนเข้าไปหาก็เพราะว่า เจ้ารุ้งกินน้ำตัวใหญ่ในจินนาการของเรานั้นไม่ได้เกิดเหนือตัวท่าน แต่เกิดเหนือตัวท่าน แต่เกิดขึ้นด้านหน้าของท่านถัดไปทางทิศใต้ ซึ่งมุมแขนที่เบี่ยงไปทางจินตนาการของท่านนั้นก็คือมุมชดเชยนั้นเอง
  คราวนี้เรามาดูรูปคอจานของจริงเปรียบเทียบกับจินตนาการเมื่อสักครู่ ท่านจะเข้าใจได้โดยทันที ซึ่งพอจะสรุปให้เข้าใจได้ว่า มุมชดเชยนั้นมีไว้สำหรับ ปรับขดเขยให้เอียงไปรับสัญญาณดาวเทียมได้ครบทุกดวงนั้นเอง


 ลงมือปรับจาน
 เมื่อทราบถึงวิธีการ วัดมุมกันมาแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาของการลงมือภาคปฎิบัติเพื่อทดลองและทดสอบ ว่าสิ่งที่ผ่านได้รับรู้ไปสามามรถใช้ในภาคปฎิบัติเพียงไร เทคนิคหรือกลยุทธ์เป็นส่วนให้งานติดตั้งจ่ายขึ้นนั้นใช้หรือไม่ วิธีการอันดับเป็นรูปแบบเฉพาะนี้ แม้เคยติดตั้งมาบ้างแล้ว ก็มิควรพลาด
 ช่วง สงกรานต์ผ่านมาหลายๆ ท่านคงมีโอกาสได้เดินทางท่องเทียวไปกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงถือเป็นการ เพิ่มพลังให้ชวิตที่ดีวิธีหนึ่ง หลายท่านคงมีโอกาสที่ดีกว่าได้ เดินทางท่องเที่ยวไปในต่างประเทศ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะนอกจากจะได้พักผ่อนแล้วยังได้เห็นความแตกต่างทางด้านความ เจริญก้าวหน้าภาษา ขนบธรรมเนียม ประเพณีและความแตกต่างทางวัฒนธรรม ที่ผ่านๆมาหลายคนได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่พบเห็น ในต่างประเทศมาใช้เป็นแนวทางในการประกอบธุระกิจใหม่ๆ หรือนำมาประยุกต์ ใช้กับกิจการที่ทำอยู่แล้ว ตัวอย่างก็มีให้เห็นกันอยู่ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ทั้งหลาย ธุรกิจสปา หรือแม้แต่รายการเกมส์โชว์ในบ้านเราหลายรายการ ก็มีที่มาจากรายการในต่างประเทศ รายการในต่างประเทศ

 •รูปที่1 แสดงให้เห็นชนิดของ F-Type Connector แบบต่างๆ
  อย่างไรก็ตาม การเดินทางท่องเที่ยวไปใน โลกกว้างก็มีค่าใช้จ่ายมีสูงมากกว่าด้วย แต่ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันชุดจานดาวเทียมเพียงชุดเดียว ก็ช่วยเปิดโลกทัศน์ให้มาปรากฎที่หน้าจอทีวีในบ้าน  เช่นกัน ดังสโลแกนชอง ไดน่าแซทที่ว่า "เปิดโลกทัศน์ ชัดทุกมุมมองโลก"

ทดลองปรับจาน
 ฉบับนี้เป็นตอนที่ 3 แล้วเราจะมาทดลองปรับจานเพื่อรับสัญญาณจริงกันเลยนะครับ และดาวเทียมที่เราจะปรับไปรับสัญาณไปรับดาวเทียมที่เราปรับ ไปรับสัญญาณก็คือดาวเทียม Thaicom 2 และ Thaicom5 ที่มีวงโคจรหรือจุดจอดเดียวกัน ณ ตำแหน่ง 78.5  องศาตะวันออก ในความเป็นจริงแล้วจานดาวเทียมทั้งสองดวง อยู่ห่างกันเล็กน้อย แต่เนื่องจากระยะทางที่ไกลจากโลกมากจึงทำให้เสมือนว่าดาวเทียมทั้งสองลอย อยู่ในตำแหน่ง เดียวกันจากตอนที่แล้ว หลังจากประกอบชุดจานดาวเทียมเสร็จเรียบร้อย ก็มาถึงขั้นตอนการเตรียมสายสัญญาณ
ก.การเตรียมสายสัญญาณ   ให้ท่านเตรียมสายบนำสัญญาณ RG-6/U เพื่อต่อเข้ากับขั้วต่อ สำหรับข้อต่อสัญญาณนั้น เราจะใช้ขั้วต่อแบบเอฟ ชื่อเต็มๆคือ F-Type หรือหัว F-Type ขั่วต่อ  F-Type นั้นมีอยู่หลายแบบด้วยกัน ทั้งแบบบีบ แบบอัดกั้นน้ำ และแบบหมุนเกลียว ดังเช่นตัวอย่างที่แสดงชนิดต่างๆเอาไว้ในรูปที่ 1

•รูปที่2 การเข้าหัวสายนำสัญญาณ ในการนี้เราจะเลือกใช้แบบหมุนเกลียว ที่นิยมกันมากเนื่องจากมีข้อเด่นบางประการเช่น
1.ราคาประหยัด
2.ถอดเอามาใช้ใหม่ หรือประกอปใหม่ได้
3.ไม่ต้องใช้เครื่องมือ พิเศษในการเข้าหัวสายแต่ถ้าเป็นแบบอื่นๆ ท่าน จะต้องซื้อ ครีมชนิดพอเศษสำหรับบีบอัด
    การยึดขั้ว F-Type แบบเกลัยวก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ปอกสาย พับสายชีลด์และฟอยล์ แล้วก็หมุนขั้ว F-Type เข้าไปตามทีเห็นในรูปที่2 ก็เสร็จแล้ว หากดูแล้วยังไม่สวยงามก็ถอดออกมาทำใหม่ได้ นี้แหละข้อดีกว่า 

•รูปที่3 การต่อสายเข้ากับเครื่องรับดาวเทียมและเครื่องรับโทรทัศน์
ข.
เตรียม เครื่องรับทีวีเพื่อมอมิเตอร์  เมื่อเตรียมสายนำสัญญาณ RG-6/U เรียบร้อยแล้วให้จัดเตรียมเครื่องรับสัญญาณดาวเทียมและทีวีวางไว้ใกล้ๆพจาน ดาวเทียมที่จะทำการปรับ จากนั้นต่อสายนำสัญญารจาก LNBF มายังเครื่องรับดาวเทียม และต่อสายสัญญาณภาพและเสียงจากเครื่องรับไปยังทีวี ในการทำงานภาคสนามจริง !! อย่างลืมเตรียมปลั๊กไฟพ่วงยาวๆไว้ด้วยนะครับ
 ค. การปรับหามุม ใน การปรับจานฟิกซ์นั้น หากดูที่คอจานจะสังเกตุเห็นว่าหน้าจานจะปรับได้ 2 แกนโดยการปรับมุมส่าย (Azi-Nuts)และมุมก้ม-เงย( Elevation) ค่ามุมทั้ง 2 นี้ หลายๆค่ายจะให้มาเป้นตารางค่ามุมติดตั้งแต่ละจังหวัด ซึ้งจะคำนวณค่ามุมโดย อิงจากจุดที่ตั้ง ณ ศษลากลางจังหวัดนั้นๆ แต่เนื่องจากในความเป็นจริงแล้วอาณาเขตของแต่ละจังหวัด นั้นกว้างใหญ่มากตัวอย่างอย่างที่เห็นชัดเจน คือจังหวัดเชียงใหม่  ตาก และประจวบคีรีขันธ์ ดังนั้นหากท่านทำการติดตั้งจานดาวเทียมในอำเภอเมือง ค่ามุมต่างๆที่ให้มาก็จะคลาดเคลื่อน จากจุดที่ติดตั้งจิงไปมากจนหลายๆครั้งหาสัญญาณจนไม่เจอเลายก็มี!!
 ส่วน ขั้นตอนนในการหาค่ามุมตามแบบฉบับของ ไดน่าแซด นั้นจะมีความแม่นยำกว่ามาก เริ่มจากหาจุดที่ที่ท่านทำการติดตั้งโดยดูจากแผนที่ ที่ให้มา เพื่อรู้พิกัดเส้นรุ้ง (Lati-tude) และเส้นแวง ZLogitude) เรียบร้อยแล้ว เราจะนำพิกัดที่ได้มาป้อนเข้าไปในเดรื่อง Dynasat Number 1 mini เพื่อให้เครื่องคำนวณหาค่ามุมต่างๆให้สำหรับการป้อน


•รูปที่5 แสดงแผนที่
•รูปที่6 การหาค่ามุมในการปรับจานฟิกซ์
ข้อมูลทำตามขั้นตอนในรูปที่ 6 ได้เลย เมื่อได้ค่ามุมก้มและมุมส่ายแล้ว
-นำค่ามุมก้ม มาตั้งที่ตัววัดมุม
-ส่วนค่ามุมส่ายแล้วด้วย
-นำค่ามุมก้มมาตั้งที่ตัววัดมุม
 ส่วน ค่ามุมส่ายเราจะนำมาติดตั้งที่ตัวเข็มทิศ (การติดตั้งค่าใช้งานเข็มทิศและตัววัดมุม ที่ถูก วิธีหาอ่านได้จากตอนที่2 ในฉบับที่ผ่านมานะครับ)
จากนั้นเราจะทำการปรับมุม โพลาไรซ์ Polarize และโฟกัส Focous ของตัว LNBF จะนำมาเนอในตอนต่อๆไป
 ตอนนี้ทุกอย่างก็พร้อมแล้วเรามาลงมือปรับจานกันเลยก่อนอื่นตรวจสอบดูว่าสายสัญญาณต่างๆ ได้ต่อถูกต้องไว้เรียบร้อยแล้ว
เปิดเครื่องรับดาวเทียมและทีวี เปิดเมนูแสดงความแรงของสัญญาณ (ดูได้จากรูปประกอบรูปที่ 9 และรูปที่ 10)
 ขั้นตอนแรก จะทำการปรับมุมสายด้วยเข็มทิศ
ขั้นตอนต่อไป จะทำการปรับมุมก้มโดยใช้ตัววัดมุมในการการวัดมุมก้มนี้จะมีความสำคัญมาก หากตั้งมุมก้มได้ถูกต้องแล้ว การหาสัญญาณจะเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพราะตัววัดมุมที่เราใช้สำหรับวัดมุมก้มนั้นจะวัดมุมเทียบกับแรงดึงดูดของ โลกซึ้งถือว่ามีความถูกต้องแล้วยังหาสัญาณจะเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพราะตัววัดมุมที่เราใช้สำหรับมุมก้มนั้นจะวัดมุมเทียบกับแรงดึงดูดของโลก ซึ้งถือว่ามีความถูกต้องแม่นยำมาก เมื่อท่านปรับมุมก้มได้เรียบร้อยแล้วขันนอตร็อคไว้ไม่ต้องแน่นมาก ในตอนนี้ถ้าโชคดีสนามแม่เหล็ก ณ จุดที่ติดตั้งชี้ตรงในแนวเหนือ- ใต้จริง ท่านอาจจะรับสัญญาณได้แล้ว แต่หากยังรับสัญญาณได้แล้ว แต่หากยังรับสัญาณไม่
•รูปที่7 วิธีตั้ง LNBF สำหรับจานฟิกซ์ได้ ให้ลองค่อยๆส่ายหน้าจานไปทางซ้าย หรือขวาช้าๆ โดยสังเกตแถบสัญญาณ "Signal Quality" ซึ้งจะเป็นแถบสีแดงแสดงคุณภาพของสัญาณที่รับได้เมื่อเริ่มรับสัญาณได้แล้ว เราจึงจะมาทำการปรับอย่างละเอียด เพื่อให้รับสัญาณได้แรงที่สุด

ง. การปรับละเอียด การปรับมุมส่าย
   การ ปรับอย่างละเอียดนั้นเราจะทำการขันน๊อดทุกตัวให้แน่นพอดี อย่าแน่นมาก จากนั้นใช้นิวค่อยๆ ดันที่ขอบจานดาวเทียมไปทางซ้าย-ขวาเบาๆ แล้วสังเกตดูว่าดันไปทางไหนแล้วแถบสัญาณ Quality จะมีค่าสูงขึ้น จึงคายน็อตเพียงเล็กน้อยเพื่อส่ายหน้าจานไปในทิศทางที่ต้องการ
 การปรับมุมก้ม
 ส่วน การปรับมุมก้มอย่างละเอียด เราก็จะทำคล้ายกันคือ ล็อคนอต ที่ใช้ปรับมุมก้มเงยให้แน่นพอประมาณ จากนั้นใช้ปลายนิ้วค่อยๆ ดันที่ขอบจานขึ้น-ลง ดันเพียงเบาๆ ก็พอแล้วต้องคอยสังเกตด้วยว่าดันไปทางไหนที่สัญญาณแรงมากขึ้นเมื่อทราบทิศ ทางแล้วเราก็ค่อยๆ คลายนอตทางด้านที่ท่านจะปรับเพียงนิดเดียวประมาณ1/4เกลียว แล้วปรับนอตอีกตัวตามมาร็อค ทำแบบนี้จนได้สัญญาณที่แรงสุด
 การปรับมุม โพลาไรซ์(Polarize) และ โฟกัส (Focus) ที่ตัว LNBF อย่างละเอียดก็จะช่วยให้รับสัญญาณได้แรงขึ้นเช่นกัน เมื่อทำการปรับ LNBF และหน้าจานจนกระทั้งด้สัญญาณแรงเป็นที่หน้าพอใจแล้ว อย่าลืมทำการขันสกรู และน็อตให้แน่นทุกตัวและยึดหมวกครอบพลาสติกกั้นน้ำให้เรียบร้อยด้วยสกรู เกลียวปล่อย ส่วนสัญาณนำสัญญาณ ก็ใช้คลิปพลาสติกยึดให้เรียบร้อย การเดินสายเข้ามุมอย่าหักฉากเพราะจะทำให้สัญญาณศูนย์เสียไป การเดินสายให้โด้ง และควรระมัดระวังเรื่องน้ำฝนที่อาจจะไหลไหลย้อนมาตามสายนำสัญญาณด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น